๒๑๖    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๒๑๗
ประกาศความถึงหทัย.
            วิญญาณเป็นไปทางจักษุ   หรือ   การรู้รูปารมณ์ของจักษุ   ชื่อว่า
จักขุวิญญาณ.
            ชื่อว่า   ผัสสะ     เพราะอรรถว่า   ถูกต้อง.    ท่านกล่าวว่า    สัม-
ผัสสะ    เพราะประดับบทด้วยอุปสรรค.   สัมผัสที่เป็นไปทางจักษุ  ชื่อว่า
จักขุสัมผัส.
            คำว่า  จกฺขุสมฺผสฺสปจฺจยา  ได้แก่   ผัสสเจตสิกที่ประกอบกับ
จักขุวิญญาณเป็นปัจจัย.
            คำว่า   เวทยิตํ    ได้แก่    รับรู้อารมณ์.    อธิบายว่า   การเสวย
อารมณ์.
            ธรรมชาติที่รับรู้อารมณ์นั้นนั่นแหละ  ย่อมเป็นสุข  ฉะนั้น  จึง
ชื่อว่า   สุขะ,   อธิบายว่า  สุขะนั้นเกิดแก่ผู้ใด     ก็ย่อมทำผู้นั้นให้ถึงซึ่ง
ความสุข.   อีกอย่างหนึ่ง   ธรรมชาติใดย่อมเคี้ยวกินและขุดเสียได้ด้วยดี
ซึ่งอาพาธทางกายและจิต   ฉะนั้น  ธรรมชาตินั้น   ชื่อว่า   สุขะ.
            ธรรมชาติใดย่อมเสวยอารมณ์เป็นทุกข์  ฉะนั้น ธรรมชาตินั้น
จึงชื่อว่า   ทุกขะ,     อธิบายว่า   ทุกข์นั้นเกิดแก่ผู้ใด   ก็ย่อมทำผู้นั้นให้
ถึงซึ่งความทุกข์.
            ทุกข์ก็ไม่ใช่,  สุขก็ไม่ใช่  ฉะนั้น  จึงชื่อว่า  อทุกขมสุข.  ม
อักษรท่านกล่าวด้วยสามารถแห่งปทสนธิ - ต่อบท.
            ก็จักขุสัมผัสนั้น        เป็นปัจจัยแก่เวทนาอันสัมปยุตกับด้วยตน
ด้วยอำนาจสหชาตปัจจัย,    อัญญมัญญะ-,    นิสสยะ-,   วิปากะ-,
อาหาระ-,    สัมปยุตตะ-,    อัตถิ-,  อวิคตปัจจัย   รวม  ๘  ปัจจัย,
เป็นปัจจัยแก่เวทนาอันสัมปยุตกับด้วยสัมปฏิจฉนจิต    ด้วยอำนาจ
อนันตรปัจจัย,  สมนันตระ       อนันตรูปนิสสยะ,   นัตถิ,  วิคตะ
รวม ๕ ปัจจัย,    เป็นปัจจัยแก่ธรรมทั้งหลาย   อันสัมปยุตกับด้วยสันติ-
รณจิตเป็นต้น   ด้วยอำนาจอุปนิสสยปัจจัยเพียงปัจจัยเดียว.
            ธรรมชาติใดย่อมได้ยิน  ฉะนั้น   ธรรมชาตินั้น  ชื่อว่า  โสตะ.
โสตะนั้นยังความเป็นวัตถุและทวารตามสมควรแก่จิตในวิถี     มีโสต-
วิญญาณจิตเป็นต้นให้สำเร็จ  ตั้งอยู่ ณ ตำแหน่ง  ที่มีสัณฐานดังวงแหวน
มีขนอ่อนสีน้ำตาลพอกพูนภายในช่องแห่งสัมภารโสตะ.
            ธรรมชาติใด   ย่อมเปล่งออก   ฉะนั้น   ธรรมชาตินั้น   ชื่อว่า
สัททะ - เสียง,   อธิบายว่า   ย่อมเปล่งเสียง.
            ธรรมชาติใด     ย่อมสูดดม    ฉะนั้น    ธรรมชาตินั้น    ชื่อว่า
ฆานะ - จมูก.    ฆานะนั้นยงความเป็นวัตถุและทวารตามสมควรแก่จิต
ในวิถี  มีฆานวิญญาณเป็นต้นให้สำเร็จ  ตั้งอยู่ ณ ตำแหน่ง  ที่มีสัณฐาน
ดังกีบแพะในภายในแห่งช่องสสัมภารฆานะ.
            ธรรมชาติใด    ย่อมฟุ้งไป    ฉะนั้น    ธรรมชาตินั้น    ชื่อว่า
คันธะ - กลิ่น,   อธิบายว่า   ย่อมประกาศซึ่งที่อยู่ของตน.