๒๒    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๒๓
         กถาเป็นเครื่องวินิจฉัย   คัณฐีบทและอรรถบท   ในพระบาลีและ
อรรถกถาเป็นต้น  ชื่อว่า  ปริปุจฉา.  ก็ปฏิสัมภิทาของผู้ที่สอบสวน
อรรถในพระพุทธพจน์ทั้งหลายมีพระบาลีเป็นต้นที่ตนเรียนแล้ว    ย่อม
ผ่องใส.
         การบำเพ็ญเพียรในวิปัสสนากรรมฐานอยู่เนือง ๆ   จนกระทั่งถึง
สังขารุเปกขาญาณอันเป็นที่ใกล้อนุโลมญาณและโคตรภูญาณ      เพราะ
ความที่การบำเพ็ญวิปัสสนานั้น     อันพระโยคาวจรเคยปฏิบัติแล้วปฏิบัติ
เล่ามาในศาสนาของพระพุทธเจ้าองค์ก่อน  ๆ  ชื่อว่า   ปุพพโยคะ.    ก็
ปฏิสัมภิทาของผู้บำเพ็ญเพียรมาแล้วในปางก่อน   ย่อมผ่องใส   ปฏิสัมภิทา
ย่อมผ่องใสด้วยเหตุ  ๕ ประการเหล่านี้     ด้วยประการฉะนี้.
         ก็ในบรรดาเหตุทั้ง  ๕ เหล่านี้     เหตุ  ๓  เหล่านี้   คือ   ปริยัติ,
สวนะ,   ปริปุจฉา  เป็นเหตุมีกำลังเพื่อความแตกฉานแล.     ปุพพโยคะ
เป็นปัจจัยมีกำลังเพื่อ. การบรรลุพระอรหัต.
         ถามว่า     หมวด ๓ แห่งเหตุมีปริยัติเป็นต้น    ย่อมมีเพื่อความ
แตกฉาน  ไม่มีเพื่อความบรรลุหรือ ?
         ตอบว่า    มี,   แต่ไม่ใช่อย่างนั้น.    เพราะปริยัติ,    สวนะ   และ
ปริปุจฉา     จะมีในปางก่อนหรือไม่ก็ตาม     แต่เว้นการพิจารณาสังขาร
ธรรมด้วยการบำเพ็ญเพียรในปางก่อน   และการพิจารณาสังขารในปัจจุ-
บันเสียแล้ว   ชื่อว่า   ปฏิสัมภิทา   ก็มีไม่ได้.       เหตุและปัจจัยทั้ง  ๒  นี้
รวมกันช่วยอุปถัมภ์ปฏิสัมภิทากระทำให้ผ่องใสได้   ด้วยประการฉะนี้.
         ยังมีอาจารย์พวกอื่นอีก   ได้กล่าวไว้ว่า
                     ปุพพโยคะ  ๑, พาหุสัจจะ  ๑, เทศภาษา ๑,
         อาคม ๑, ปริปุจฉา ๑, อธิคม ๑,  ครุสันนิสสัย  ๑,
         และมิตตสมาบัติ   ๑.   รวม  ๘  ประการนี้    ล้วนเป็น
         ปัจจัยแก่ปฏิสัมภิทา  ดังนี้.
         บรรดาธรรมทั้ง ๘ ประการนั้น    นัยดังที่กล่าวแล้วแล    ชื่อว่า
ปุพพโยคะ.
         ความฉลาดในศาสตร์นั้น ๆ    และศิลปายตนะทั้งหลาย    ชื่อว่า
พาหุสัจจะ.
         ความฉลาดในภาษา  ๑๐๑  ภาษา   ความฉลาดในภาษามาคธีโดย
วิเศษ   ชื่อว่า   เทศภาษา.
         การเรียนพระพุทธพจน์โดยที่สุดแม้เพียงโอปัมมวรรค     ชื่อว่า
อาคม.
         การวินิจฉัยไต่สวนอรรถะแม้ในคาถา ๑   ชื่อว่า  ปริปุจฉา.
         การเป็นพระโสดาบันก็ดี   การเป็นพระสกทาคามีก็ดี   การเป็น
พระอนาคามีก็ดี  การเป็นพระอรหันต์ก็ดี  ชื่อว่า   อธิคม.
         การอยู่ในสำนักครูผู้มากด้วยสุตะและปฏิภาณ    ชื่อว่า   ครุสัน-
นิสสัย.