๒๓    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๒๔
รวมกันช่วยอุปถัมภ์ปฏิสัมภิทากระทำให้ผ่องใสได้   ด้วยประการฉะนี้.
         ยังมีอาจารย์พวกอื่นอีก   ได้กล่าวไว้ว่า
                     ปุพพโยคะ  ๑, พาหุสัจจะ  ๑, เทศภาษา ๑,
         อาคม ๑, ปริปุจฉา ๑, อธิคม ๑,  ครุสันนิสสัย  ๑,
         และมิตตสมาบัติ   ๑.   รวม  ๘  ประการนี้    ล้วนเป็น
         ปัจจัยแก่ปฏิสัมภิทา  ดังนี้.
         บรรดาธรรมทั้ง ๘ ประการนั้น    นัยดังที่กล่าวแล้วแล    ชื่อว่า
ปุพพโยคะ.
         ความฉลาดในศาสตร์นั้น ๆ    และศิลปายตนะทั้งหลาย    ชื่อว่า
พาหุสัจจะ.
         ความฉลาดในภาษา  ๑๐๑  ภาษา   ความฉลาดในภาษามาคธีโดย
วิเศษ   ชื่อว่า   เทศภาษา.
         การเรียนพระพุทธพจน์โดยที่สุดแม้เพียงโอปัมมวรรค     ชื่อว่า
อาคม.
         การวินิจฉัยไต่สวนอรรถะแม้ในคาถา ๑   ชื่อว่า  ปริปุจฉา.
         การเป็นพระโสดาบันก็ดี   การเป็นพระสกทาคามีก็ดี   การเป็น
พระอนาคามีก็ดี  การเป็นพระอรหันต์ก็ดี  ชื่อว่า   อธิคม.
         การอยู่ในสำนักครูผู้มากด้วยสุตะและปฏิภาณ    ชื่อว่า   ครุสัน-
นิสสัย.
         การได้มิตรเห็นปานนั้นนั่นแล   ชื่อว่า  มิตตสมบัติ
         บรรดาธรรมทั้ง ๘ ประการนั้น    พระพุทธเจ้าหลาย    และ
พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย   อาศัย   ปุพพโยคะและอธิคม    แล้วบรรลุ
ปฏิสัมภิทา       ส่วนพระสาวกทั้งหลายอาศัยเหตุเหล่านี้แม้ทั้งหมดแล้ว
จึงบรรลุปฏิสัมภิทา.
         ก็ในการบรรลุปฏิสัมภิทา     ไม่มีการบำเพ็ญเพียรในกรรมฐาน
ภาวนาโดยเฉพาะอีก,         ส่วนพระเสกขบุคคลมีผละและวิโมกขะของ
พระเสกขะเป็นที่สุด   การบรรลุปฏิสัมภิทา   ก็ย่อมมีได้.
         อธิบายว่า   ปฏิสัมภิทาทั้งหลาย   ย่อมสำเร็จแก่บรรดาพระอริยะ
บุคคลด้วยอริยผลทั้งหลายนั่นแล    ดุจทสพลญาณสำเร็จแก่พระตถาคต
ทั้งหลายฉะนั้น.  ทางแห่งปฏิสัมภิทา ๔  เหล่านี้    ฉะนั้นจึงชื่อว่า  ปฏิ-
สัมภิทามรรค,  ปกรณ์  คือปฏิสัมภิทามรรค ชื่อว่า ปฏิสัมภิทามรรค.
ปกรณ์,    ชื่อว่า   ปกรณ์   เพราะอรรถว่า    อรรถอันลึกซึ้ง    แยกโดย
ประเภทต่าง ๆ   ในปฏิสัมภิทานี้  ท่านกล่าวกระทำโดยประการต่าง ๆ.
         ปฏิสัมภิทามรรคปกรณ์นี้นั้น    สมบูรณ์ด้วยอรรถะ,   พยัญชนะ,
ลึกซึ้ง,   มีอรรถลึกซึ้ง,   ประกาศโลกุตระ,    ประกอบด้วยสุญญตา,   ให้
สำเร็จผลวิเศษในการปฏิบัติ,   ห้ามอกุศลอันเป็นปฏิปักษ์,    เป็นรตนากร
บ่อเกิดแห่งญาณอันประเสริฐของพระโยคาวจร,      เป็นเหตุอันวิเศษใน
การเยื้องกรายธรรมกถาของพระธรรมกถึกทั้งหลาย,  เป็นเครื่องนำออก