| คือจิตและเจตสิก ในบรรดาจักขุและรูปเป็นต้นเป็นทวารและอารมณ์ |
| นั้น ๆ ย่อมมา ย่อมตั้งขึ้น ย่อมสืบต่อ คือย่อมพยายามโดยกิจของ |
| ตนๆ มีการเสวยอารมณ์เป็นต้น. และมีคำอธิบาย ท่านกล่าวไว้อีกว่า |
| ก็ธรรมคือจิตและเจตสิกเหล่านั้น ย่อมแผ่ไปสู่ธรรมเหล่านั้น ในธรรม |
| อันเป็นทางมา. และยังมีคำอธิบาย ท่านกล่าวไว้อีกว่า สังสารทุกข์ |
| สืบต่อกันไปอย่างมากมายเป็นไปในสงสารอันยืดยาวนานหาที่สุดมิได้นี้ |
| ยังไม่หมุนกลับตราบใด ธรรมคือจิตและเจตสิกเหล่านั้น ก็ย่อมนำไป |
| คือย่อมให้เป็นไปอยู่ตราบนั้น. |
| อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า อายตนะ เพราะอรรถว่าเป็นที่อยู่, เพราะ |
| อรรถว่าเป็นบ่อเกิด, เพราะอรรถว่าเป็นที่ประชุมลง, เพราะอรรถว่า |
| เป็นถิ่นที่เกิด, และเพราะอรรถว่าเป็นการณะ. |
| จริงอย่างนั้น ในทางโลก ที่เป็นที่อยู่ ท่านเรียกว่า อายตนะ |
| ได้ในคำเป็นต้นว่า อิสฺสรายตนํ - ที่อยู่ของพระอิศวร, วาสุเทวา- |
| ยตนํ - ที่อยู่ของวาสุเทพ. |
| บ่อเกิดท่านเรียกว่า อายตนะ ได้ในคำเป็นต้นว่า สุวณฺณายตนํ |
| -บ่อทอง, รชตายตนํ - บ่อเงิน. |
| แต่ในทางศาสนา ที่เป็นที่ประชุมลง ท่านเรียกว่า อายตนะ |
| ได้ในคำเป็นต้นว่า มโนรเม อายตเน เสวนฺติ นํ วิหงฺคมา |