๒๓๒    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๒๓๓
            จักขุเป็นต้น   เป็นประเทศเป็นที่แห่งธรรมคือจิตะเละเจตสิก
เหล่านั้น    เพราะเกิดขึ้นในจักขุวัตถุเป็นต้นนั้นนั่นแหละ    โดยความ
อาศัยจักขุวัตถุเป็นต้นนั้นเป็นอารมณ์.
             จักขุเป็นต้น    เป็นเหตุแห่งธรรมคือจิตและเจตสิกเหล่านั้น    ก็
เพราะความที่จักขุเป็นต้นยังไม่พินาศไป.
            จักขุนั้นด้วยเป็นอายตนะด้วย  ฉะนั้น  จึงชื่อว่า  จักขายตนะ
ตามใจความที่ได้กล่าวมาแล้วนี้แล.     ถึงแม้อายตนะที่เหลือก็อย่างนั้น
เหมือนกัน.
ธาตุ  ๑๘
            วิสัชนา  ๑๘  มีวิสัชนาในจักขุธาตุเป็นต้น  พระธรรมเสนาบดี
สารีบุตรแสดงด้วยสามารถแห่งธาตุ  ๑๘.
              ธรรมหนึ่ง ๆ ย่อมจัดแจงตามสมควรแก่อารมณ์ทั้งหลายใน  ทวาร
ทั้งหลายมีจักขุทวารเป็นต้น  ฉะนั้นธรรมนั้น   ชื่อว่า  ธาตุ.  ธรรมใด
ย่อมทรงไว้  ฉะนั้นธรรมนั้น  ชื่อว่า  ธาตุ.   ความทรงไว้  ชื่อว่า   ธาตุ
สภาพที่เป็นเหตุตั้งไว้   ชื่อว่า   ธาตุ  หรือสภาพที่เป็นเหตุย่อมทรงไว้
ในทวารนั้น  ฉะนั้น  ทวารนั้น  ชื่อว่า   ธาตุ.
            อธิบายว่า       โลกิยธาตุทั้งหลายกำหนดตั้งไว้โดยความเป็นเหตุ
ย่อมจัดแจงสังสารทุกข์เป็นอเนกประการ   ดุจธาตุมีธาตุทองและธาตุเงิน
เป็นต้น      กำหนดตั้งไว้โดยความเป็นเหตุ     จัดแจงอยู่ซึ่งทองและเงิน
เป็นต้น.
             ธรรมชาติใด   อันสัตว์ทรงไว้   ความว่า   ย่อมธำรงไว้   ดุจภาระ
อันบุคคลผู้แบกภาระ   แบบไปอยู่ฉะนั้น.   อนึ่งธาตุนี้   ก็เพียงแค่ทรงไว้
ซึ่งทุกข์เท่านั้น   เพราะไม่เป็นไปในอำนาจ.
           อธิบายว่า        สังสารทุกข์อันสัตว์ทั้งหลายทรงไว้เสมอด้วยธาตุ
ทั้งหลายอันเป็นเหตุประการหนึ่ง,    สังสารทุกข์นั้นอันสัตว์ทรงไว้แล้ว
อย่างนั้น   ย่อมตั้งอยู่   สถิตอยู่ในธาตุทั้งหลายเหล่านั้น   ประการหนึ่ง
           อนึ่ง   สำหรับอัตตาของเดียรถีย์ทั้งหลายไม่มีอยู่โดยสภาวะ  ฉัน
ใด,   ก็แลธาตุทั้งหลายเหล่านี้  จะมีสภาวะฉันนั้นก็หาไม่.   แต่ที่เรียกว่า
ธาตุ   เพราะอรรถว่าเป็นธรรมชาติที่ทรงไว้ซึ่งสภาวะของตน.    เหมือน
อย่างว่าส่วนต่าง ๆ    ของหินมีหรดาลและมโนศิลาเป็นต้นอันวิจิตรตระ-
การในโลก     ก็เรียกว่าธาตุ    ฉันใด     ธาตุทั้งหลายอันวิจิตรแม้เหล่านี้
ก็เรียกว่าเป็นส่วนที่จะพึงรู้ได้ด้วยญาณ   ฉันนั้นแล.
          อีกอย่างหนึ่ง  ในส่วนทั้งหลายมีรสและโลหิตเป็นต้น   กำหนด
ตามลักษณะอันเป็นวิสภาคแก่กันและกัน  อันเป็นส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
กล่าวคือสรีระ  ย่อมมีชื่อว่า   ธาตุ  ฉันใด   ในส่วนต่างๆ   แห่งอัตภาพ
กล่าวคือเบญจขันธ์แม้เหล่านี้   ก็พึงทราบว่า   ชื่อว่า    ธาตุ   ฉันนั้น.