| แล้วด้วยสามารถแห่งการบีบคั้นเป็นต้น แห่งสัจจะทั้งหลายมีทุกขสัจจะ |
| เป็นต้น ฉะนั้น จึงชื่อว่า อวิชชา. |
| ธรรมชาติใด ย่อมยังสัตว์ทั้งหลายให้แล่นไปในกำเนิด, คติ, |
| ภพ, วิญญาณฐิติ, และสัตตาวาสทั้งปวง ในสังสารวัฏอันไม่มีที่สุด ฉะนั้น |
| ธรรมชาตินั้น จึงชื่อว่า อวิชชา. |
| ธรรมชาติใด ย่อมแล่นไปในบัญญัติทั้งหลายมีหญิงและบุรุษ |
| เป็นต้น อันไม่มีอยู่โดยปรมัตถ์, ไม่แล่นไปแม้ในวิชชมานบัญญัติมี |
| ขันธ์เป็นต้น ฉะนั้น ธรรมชาตินั้น จึงชื่อว่า อวิชชา. |
| อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า อวิชชาเพราะปกปิดเสียซึ่งวัตถุและอารมณ์ |
| แห่งวิญญาณมีจักขุวิญญาณเป็นต้น และธรรมทั้งหลายทั้งที่เป็นปฏิจจ- |
| สมุปบาทและที่เป็นปฏิจจสมุปปันนะ. |
| ธรรมชาติใด ย่อมปรุงแต่งซึ่งสังขตธรรม๑ ฉะนั้น ธรรมชาตินั้น |
| จึงชื่อว่า สังขาร. |
| ธรรมชาติใด ย่อมรู้อารมณ์ต่าง ๆ ได้ ฉะนั้น ธรรมชาดิน น |
| จึงชื่อว่า วิญญาณ. |
| ธรรมชาติใด ย่อมรู้อารมณ์ ฉะนั้น ธรรมชาตินั้น จึงชื่อว่า |
| นาม, อีกอย่างหนึ่ง ธรรมชาติใด ย่อมน้อมไปสู่อารมณ์ ฉะนั้น |
|