๒๕๘    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๒๕๙
           [๒๙]   ควรรู้ยิ่งว่า   ความเกิดขึ้นเป็นสังขาร   ความไม่เกิดขึ้น
เป็นนิพพาน     ความเป็นไปเป็นสังขาร    ความไม่เป็นไปเป็นนิพพาน
เครื่องหมายเป็นสังขาร      ความไม่มีเครื่องหมายเป็นนิพพาน     ความ
ประมวลมาเป็นสังขาร   ความไม่ประมวลมาเป็นนิพพาน    ความสืบต่อ
เป็นสังขาร   ความไม่สืบต่อเป็นนิพพาน   ความไปเป็นสังขาร   ความไม่
ไปเป็นนิพพาน   ความบังเกิดเป็นสังขาร    ความไม่บังเกิดเป็นนิพพาน
ความอุบัติเป็นสังขาร    ความไม่อุบัติเป็นนิพพาน   ความเกิดเป็นสังขาร
ความไม่เกิดเป็นนิพพาน   ความแก่เป็นสังขาร  ความไม่แก่เป็นนิพพาน
ความป่วยไข้เป็นสังขาร    ความไม่ป่วยไข้เป็นนิพพาน    ความตายเป็น
สังขาร    ความไม่ตายเป็นนิพพาน    ความเศร้าโศกเป็นสังขาร    ความ
ไม่เศร้าโศกเป็นนิพพาน    ความรำพันเป็นสังขาร   ความไม่รำพันเป็น
นิพพาน  ความคับแค้นใจเป็นสังขาร  ความไม่คับแค้นใจเป็นนิพพาน.
                                       จบ  ปฐมภาณวาร
                             ________________________
อรรถกถาทุกขสัจเป็นต้น
             ๑๐ ]    พระสารีบุตรได้ชี้แจงถึงการวิสัชนา  ๘๐๘  ข้อ      มีทุกข์
เป็นต้นโดยประกอบเข้ากับอริยสัจ  ๔.  พระสารีบุตรกล่าวประมวล  การ
วิสัชนา ๒๔ อย่าง ด้วยจตุกกะ  ๖ ไว้ในบทมี   อาทิว่า  ทุกฺขํ  อภิญฺเยฺยํ
ทุกข์  ควรรู้ยิ่ง   ด้วยการวิสัชนา   ๑๙๕   มีอาทิว่า   จกฺขุํ   อภิญฺเยฺยํ
โสตํ  อภิญฺเยฺยํ  จักขุ... โสตะ  ควรรู้ยิ่ง   ในไปยาล  (ละคำ)  ว่า
จกฺขุํ   ฯเปฯ    ชรามรณํ - จักขุ   ฯลฯ  ชรามรณะ  เป็นอันได้   ๑๙๕
จตุกกะ     ด้วยอำนาจของจสุกกะเหล่านั้น     จึงเป็นการวิสัชนา  ๗๘๐,
ในจตุกกะมีอาทิว่า   ชรามรณํ  อภิญฺเยฺยํ - ชรามรณะควรรู้ยิ่งทั้งหมด
จึงเป็นการวิสัชนา ๘๐๘  ข้อ โดยประการฉะนี้ว่า   จตฺตาริ  วิสชฺชนานิ
การวิสัชนา ๔  ข้อ.
          อนึ่ง  ในการวิสัชนานี้   พึงทราบว่า ปัจจัยอันเป็นประธานของ
ธรรมนั้นๆ     เป็นสมุทัย,    นิพพานว่างจากสังขารทั้งปวงเป็นนิโรธ.
ในอธิการนี้   บทมีอาทิว่า   อนญฺาตญฺสฺสามีตินฺทฺริยนิโรโธ  การ
ดับอินทรีย์  คืออัธยาศัยที่มุ่งบรรลุมรรคผลของผู้ปฏิบัติ    หมายถึงความ
ไม่มีอินทรีย์อันเป็นโลกุตระ ๓ ประการ  มี  อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
เป็นต้น   ถูกต้อง.  บทว่า  นิโรธคามินีปฏิปทา ในทุกแห่งเป็นอริยมรรค
ทั้งนั้น.   แม้เมื่อท่านกล่าวถึงผลอย่างนี้ไว้  แม้  อัญญินทรีย์     ( อินทรีย์
คือการตรัสรู้สัจธรรมด้วยมรรค)     อัญญาตาวินทรีย์   ( อินทรีย์ของ
พระอรหันต์ผู้ตรัสรู้สัจธรรมแล้ว)  ย่อมถูกต้อง เพราะมีชื่อเรียกว่า   มรรค.
พระสารีบุตรได้ชี้แจงถึงการวิสัชนา   ๘๐๘    ข้อ         ด้วยสภาพที่ควร
กำหนดรู้ทุกข์เป็นต้นต่อไป.  ท่านได้ชี้แจงการวิสัชนา ๘๐๘ ข้อ   ด้วย
สภาพที่แทงตลอดด้วยการกำหนดรู้ทุกข์เป็นต้นอีก.    การกำหนดรู้และ
การแทงตลอดด้วยสภาพที่ควรแทงตลอด      ชื่อว่า      ปริญญาปฏิเวธะ.