| ในวรรคหนึ่ง ๆ มีวรรคละ ๑๐ กถา รวมเป็น ๓๐ กถา มี |
| ญาณกถาเป็นต้น มีมาติกากถาเป็นปริโยสาน. ข้าพเจ้าจะพรรณนา |
| เนื้อความแห่งบทที่ไม่ซ้ำกันตามลำดับแห่งปฏิสัมภิทามรรคปกรณ์นี้ที่ |
| กำหนดโดยส่วนเดียว ด้วยประการฉะนี้. |
| ก็ปกรณ์นี้ อันกุลบุตรทั้งผู้สวดทั้งผู้แสดงโดยปาฐะโดยอรรถ |
| ก็พึงสวดพึงแสดงโดยเคารพเถิด, ถึงแม้จะเรียนก็พึงเรียนพึงทรงจำไว้ |
| โดยเคารพเถิด. ข้อนั้นเพราะเหตุไร ? เพราะปกรณ์นี้เป็นปกรณ์มี |
| อรรถลึกซึ้ง เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่โลก เพื่อความดำรงมั่นอยู่ในโลก. |
| หากจะมีคำถามว่า ในกลา ๓๐ กถาถ้วนนั้น เพราะเหตุไรท่าน |
| จงกล่าวญาณกถาไว้แต่ต้น ? ก็ตอบว่า เพราะญาณเป็นเบื้องต้นแห่ง |
| การปฏิบัติ เพราะเป็นธรรมเครื่องชำระมลทินแห่งการปฏิบัติ. |
| สมจริงดังพระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า |
| ดูก่อนภิกษุเพราะเหตุนั้นแหละ เธอจง |
| ยังเบื้องต้นแห่งกุศลธรรมทั้งหลายให้บริสุทธิ์ก่อน, |
| เบื้องต้นแห่งกุศลธรรมทั้งหลายคืออะไร ? คือศีล |
| อันบริสุทธิ์ดี และความเห็นตรง ดังนี้๑. |
| ก็ญาณกล่าวคือสัมมาทิฏฐิ ท่านกล่าวแล้วด้วยบทว่า อุชุกา ทิฏฺิ |
| แม้เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวญาณกถาไว้แต่ต้น. แม้คำอื่นพระผู้มี- |
| พระภาคเจ้าก็ได้ตรัสไว้อีกว่า |
|