๒๗    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๒๘
         ในวรรคหนึ่ง ๆ    มีวรรคละ ๑๐ กถา  รวมเป็น  ๓๐  กถา  มี
ญาณกถาเป็นต้น     มีมาติกากถาเป็นปริโยสาน.     ข้าพเจ้าจะพรรณนา
เนื้อความแห่งบทที่ไม่ซ้ำกันตามลำดับแห่งปฏิสัมภิทามรรคปกรณ์นี้ที่
กำหนดโดยส่วนเดียว  ด้วยประการฉะนี้.
         ก็ปกรณ์นี้       อันกุลบุตรทั้งผู้สวดทั้งผู้แสดงโดยปาฐะโดยอรรถ
ก็พึงสวดพึงแสดงโดยเคารพเถิด,    ถึงแม้จะเรียนก็พึงเรียนพึงทรงจำไว้
โดยเคารพเถิด.    ข้อนั้นเพราะเหตุไร ?     เพราะปกรณ์นี้เป็นปกรณ์มี
อรรถลึกซึ้ง  เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่โลก  เพื่อความดำรงมั่นอยู่ในโลก.
         หากจะมีคำถามว่า  ในกลา  ๓๐  กถาถ้วนนั้น   เพราะเหตุไรท่าน
จงกล่าวญาณกถาไว้แต่ต้น  ?   ก็ตอบว่า     เพราะญาณเป็นเบื้องต้นแห่ง
การปฏิบัติ  เพราะเป็นธรรมเครื่องชำระมลทินแห่งการปฏิบัติ.
         สมจริงดังพระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า
                     ดูก่อนภิกษุเพราะเหตุนั้นแหละ      เธอจง
         ยังเบื้องต้นแห่งกุศลธรรมทั้งหลายให้บริสุทธิ์ก่อน,
         เบื้องต้นแห่งกุศลธรรมทั้งหลายคืออะไร ?    คือศีล
         อันบริสุทธิ์ดี   และความเห็นตรง  ดังนี้.
ก็ญาณกล่าวคือสัมมาทิฏฐิ   ท่านกล่าวแล้วด้วยบทว่า        อุชุกา  ทิฏฺ€ิ
แม้เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวญาณกถาไว้แต่ต้น.        แม้คำอื่นพระผู้มี-
พระภาคเจ้าก็ได้ตรัสไว้อีกว่า
๑. สํ.มหา. ๑๙/๖๘๗.
                     ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  บรรดาองค์ทั้ง ๘ นั้น
         สัมมาทิฏฐิย่อมเป็นประธาน,  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
         ก็สัมมาทิฏฐิ   ย่อมเป็นประธานอย่างไร  ?  คือ ภิกษุ
         รู้จักสัมมาทิฏฐิว่าเป็นสัมมาทิฏฐิ    รู้จักมิจฉาทิฏฐิ
         ว่าเป็นมิจฉาทิฏฐิ  ความรู้ของเธอนั้น   เป็นสัมมา-
         ทิฏฐิ.
                     ภิกษุรู้จักสัมมาสังกัปปะว่าเป็นสัมมาสัง-
         กัปปะ,   รู้จักมิจฉาสังกัปปะว่าเป็นมิจฉาสังกัปปะ.
                     ภิกษุรู้จักสัมมาวาจาว่าเป็นสัมมาวาจา,
         รู้จักมิจฉาวาจาว่าเป็นมิจฉาวาจา.
                     ภิกษุรู้จักสัมมากัมมันตะว่าเป็นสัมมากัม-
         มันตะ,    รู้จักมิจฉากัมมันตะว่าเป็นมิจฉากัมมันตะ.
                     ภิกษุรู้จักสัมมาอาชีวะว่าเป็นสัมมาอาชีวะ,
         ภิกษุรู้จักมิจฉาอาชีวะว่าเป็นมิจฉาอาชีวะ.
                     ภิกษุรู้จักสัมมาวายามะว่าเป็นสัมมาวายา-
         มะ,   ภิกษุรู้จักมิจฉาวายามะว่าเป็นมิจฉาวายามะ.
                     ภิกษุรู้จักสัมมาสติว่าเป็นสัมมาสติ,   ภิกษุ
         รู้จักมิจฉาสติว่าเป็นมิจฉาสติ.