๒๗๔    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๒๗๕
          [๔๘]   การพิจารณาเห็นความไม่เที่ยง  การพิจารณาเห็นความ
ทุกข์    การพิจารณาเห็นอนัตตา    การพิจารณาเห็นด้วยความเบื่อหน่าย
การพิจารณาเห็นด้วยความคลายกำหนัด     การพิจารณาเห็นด้วยความดับ
การพิจารณาเห็นด้วยความสละคืน  การพิจารณาเห็นความสิ้นไป    การ
พิจารณาเห็นความเสื่อมไป     การพิจารณาเห็นความแปรปรวน      การ
พิจารณาเห็นความไม่มีเครื่องหมาย        การพิจารณาเห็นธรรมไม่มีที่ตั้ง
การพิจารณาเห็นความว่างเปล่า  การพิจารณาเห็นธรรมด้วยปัญญาอันยิ่ง
ความรู้ความเห็นตามความเป็นจริง  การพิจารณาเห็นโทษ  การพิจารณา
หาทาง   การพิจารณาเห็นอุบายที่จะหลีกไป   ควรรู้ยิ่งทุกอย่าง.
          [๔๙]    โสดาปัตติมรรค  โสดาปัตติผลสมาบัติ   สกทาคามิมรรค
สกทาคามิผลสมาบัติ    อนาคามิมรรค   อนาคามิผลสมาบัติ   อรหัตมรรค
อรหัตผลสมาบัติ     ควรรู้ยิ่งทุกอย่าง.
          [๕๐]   สัทธินทรีย์ด้วยความว่าน้อมใจเชื่อ       วีริยินทรีย์ด้วย
ความว่าประคองไว้    สตินทรีย์ด้วยความว่าตั้งมั่น    สมาธินทรีย์ด้วยความ
ว่าไม่ฟุ้งซ่าน   ปัญญินทรีย์ด้วยความว่าเห็น      สัทธาพละด้วยความว่า
ไม่หวั่นไหวเพราะความไม่มีสัทธา          วีริยพละด้วยความไม่หวั่นไหว
เพราะความเกียจคร้าน   สติพละด้วยความไม่หวั่นไหวเพราะความประ-
มาท   สมาธิพละด้วยความว่าไม่หวั่นไหวเพราะความฟุ้งซ่าน  ปัญญาพละ
ด้วยความว่าไม่หวั่นไหวเพราะอวิชชา   ควรรู้ยิ่งทุกอย่าง.
         [๕๑]    สติสัมโพชฌงค์ด้วยอรรถว่าตั้งมั่น    ธรรมวิจยสัมโพช-
ฌงค์ด้วยอรรถว่าเลือกเฟ้น   วีริยสัมโพชฌงค์ด้วยอรรถว่าประคองไว้  ปีติ
สัมโพชฌงค์ด้วยอรรถว่าแผ่ไป   ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ด้วยอรรถว่าสงบ
สมาธิสัมโพชฌงค์ด้วยอรรถว่าไม่ฟุ้งซ่าน  อุเบกขาสัมโพชฌงค์ด้วยอรรถ
ว่าพิจารณาหาทาง   ควรรู้ยิ่งทุกอย่าง.
           [๕๒]   สัมมาทิฏฐิด้วยความว่าเห็น     สัมมาสังกัปปะด้วยความ
ว่าตรึก   สัมมาวาจาด้วยความว่ากำหนดเอา   สัมมากัมมันตะด้วยความว่า
ให้กุศลธรรมเกิด    สัมมาอาชีวะด้วยความว่าขาวผ่อง    สัมมาวายามะด้วย
ความว่าประคองไว้   สัมมาสติด้วยความว่าตั้งมั่น    สัมมาสมาธิด้วยความ
ว่าไม่ฟุ้งซ่าน   ควรรู้ยิ่งทุกอย่าง.
          [๕๓]   อินทรีย์ด้วยความว่าเป็นใหญ่   พละด้วยความว่าไม่หวั่น
ไหว   โพชฌงค์ด้วยความว่านำออก    มรรคด้วยความว่าเป็นเหตุ    สติ-
ปัฏฐานด้วยความว่าตั้งมั่น     สัมมัปธานด้วยความว่าตั้งไว้  อิทธิบาทด้วย
ความว่าสำเร็จ   สัจจะด้วยความว่าเที่ยงแท้   สมถะด้วยความว่าไม่ฟุ้งซ่าน
วิปัสสนาด้วยความว่าพิจารณา  สมถะและวิปัสสนาด้วยความว่ามีกิจเสมอ
กัน    ธรรมชาติที่เป็นคู่ด้วยความว่าไม่ล่วงเกินกัน   ควรรู้ยิ่งทุกอย่าง.
             [๕๔]  สีลวิสุทธิด้วยความว่าสำรวม     จิตตวิสุทธิด้วยความว่า
ไม่ฟุ้งซ่าน    ทิฏฐิวิสุทธิด้วยความว่าเห็น    วิโมกข์ด้วยความว่าหลุดพ้น
วิชชาด้วยความว่าแทงตลอด   วิมุตติด้วยความว่าสละ   ญาณในความสิ้น