| [๕๑] สติสัมโพชฌงค์ด้วยอรรถว่าตั้งมั่น ธรรมวิจยสัมโพช- |
| ฌงค์ด้วยอรรถว่าเลือกเฟ้น วีริยสัมโพชฌงค์ด้วยอรรถว่าประคองไว้ ปีติ |
| สัมโพชฌงค์ด้วยอรรถว่าแผ่ไป ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ด้วยอรรถว่าสงบ |
| สมาธิสัมโพชฌงค์ด้วยอรรถว่าไม่ฟุ้งซ่าน อุเบกขาสัมโพชฌงค์ด้วยอรรถ |
| ว่าพิจารณาหาทาง ควรรู้ยิ่งทุกอย่าง. |
| [๕๒] สัมมาทิฏฐิด้วยความว่าเห็น สัมมาสังกัปปะด้วยความ |
| ว่าตรึก สัมมาวาจาด้วยความว่ากำหนดเอา สัมมากัมมันตะด้วยความว่า |
| ให้กุศลธรรมเกิด สัมมาอาชีวะด้วยความว่าขาวผ่อง สัมมาวายามะด้วย |
| ความว่าประคองไว้ สัมมาสติด้วยความว่าตั้งมั่น สัมมาสมาธิด้วยความ |
| ว่าไม่ฟุ้งซ่าน ควรรู้ยิ่งทุกอย่าง. |
| [๕๓] อินทรีย์ด้วยความว่าเป็นใหญ่ พละด้วยความว่าไม่หวั่น |
| ไหว โพชฌงค์ด้วยความว่านำออก มรรคด้วยความว่าเป็นเหตุ สติ- |
| ปัฏฐานด้วยความว่าตั้งมั่น สัมมัปธานด้วยความว่าตั้งไว้ อิทธิบาทด้วย |
| ความว่าสำเร็จ สัจจะด้วยความว่าเที่ยงแท้ สมถะด้วยความว่าไม่ฟุ้งซ่าน |
| วิปัสสนาด้วยความว่าพิจารณา สมถะและวิปัสสนาด้วยความว่ามีกิจเสมอ |
| กัน ธรรมชาติที่เป็นคู่ด้วยความว่าไม่ล่วงเกินกัน ควรรู้ยิ่งทุกอย่าง. |
| [๕๔] สีลวิสุทธิด้วยความว่าสำรวม จิตตวิสุทธิด้วยความว่า |
| ไม่ฟุ้งซ่าน ทิฏฐิวิสุทธิด้วยความว่าเห็น วิโมกข์ด้วยความว่าหลุดพ้น |
| วิชชาด้วยความว่าแทงตลอด วิมุตติด้วยความว่าสละ ญาณในความสิ้น |