๒๘๖    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๒๘๗
สัมมาทิฏฐิเป็นต้น  เป็นเหตุเพื่อละมิจฉาทิฏฐิเป็นต้น  หรือเพราะสัมมา-
ทิฏฐิทั้งหมดเป็นเหตุให้เข้าถึงนิพพาน.
          ชื่อว่า อุปัฏฐาน  เพราะโลดแล่นไปในอารมณ์อันเป็นสติปัฏฐาน
แล้วตั้งมั่น,    สตินั่นแลตั้งมั่น   จึงชื่อว่า   สติปัฏฐาน.
           สตินั้นในกายเวทนาจิตธรรม   ย่อมมีประเภท  ๔  อย่าง    ที่เป็น
ไปด้วยการยึดถืออาการ    คือความไม่งาม    ความทุกข์     ความไม่เที่ยง
และความไม่เป็นตัวตน     และด้วยสำเร็จกิจคือการละ      ความสำคัญว่า
เป็นของงาม   เป็นความสุข   เป็นของเที่ยง   เป็นตัวตน.
           จิตเหล่านี้ย่อมได้ในจิตต่าง ๆ   ในส่วนเบื้องต้น,    ส่วนสติอย่าง
เดียวเท่านั้น  ย่อมได้ชื่อ  ๔  อย่างในขณะของมรรค.
           ชื่อว่า  ปธาน   เพราะเป็นเหตุเริ่มตั้งในสัมมัปธาน,    การเริ่มตั้ง
ชอบ   ชื่อว่า  สัมมัปธาน,    หรือเป็นเหตุเริ่มตั้งชอบ,  อนึ่งการเริ่มตั้ง
นั้นชอบ   ชื่อว่า   ปธาน   เพราะเว้นจากการผิดปกติของกิเลส,    ชื่อว่า
สัมมัปธาน      เพราะนำมาซึ่งความเป็นสิ่งประเสริฐที่สุดด้วยให้สำเร็จ
ประโยชน์และความสุข   หรือ  เพราะทำความเริ่มตั้ง.   บทนี้เป็นชื่อของ
วีริยะ.   วีริยะนั้นมี  ๔ ประเภทโดยให้สำเร็จ  คือละอกุศลธรรมที่เกิดขึ้น
แล้ว ๑    อกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดไม่ให้เกิดขึ้น  ๑  กุศลธรรมที่ยังไม่เกิด
ให้เกิดขึ้น  ๑ กุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วให้ตั้งอยู่ ๑.   ปธาน   เหล่านี้  ย่อม
ได้ในจิตต่าง ๆ  ในส่วนเบื้องต้น,    ส่วน  วีริยะ  อย่างเดียวเท่านั้น   ย่อม
ได้  ๔ ชื่อ   ในขณะแห่งมรรค.
          บทว่า  ปทหนฏฺโ€    สภาพที่เริ่มตั้ง   ได้แก่   สภาพที่อุตสาหะ.
ปาฐะว่า  ปธานฏฺโ€   ดังนี้ก็มี,   ความอย่างเดียวกัน.  ในบทว่า  อิทฺธิ-
ปาทานํ   นี้  มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้   ชื่อว่า  อิทฺธิ เพราะบรรดา  ฉันทะ
วีริยะ  จิตตะ  วีมังสา   อย่างหนึ่ง ๆ  ย่อมสำเร็จ,   อธิบายว่า   ย่อมสำเร็จ
เสมอ   คือ   ย่อมปรากฏชัด.   อีกอย่างหนึ่ง   ชื่อว่า   อิทฺธิ   เพราะสัตว์
ทั้งหลายย่อมสำเร็จด้วยอิทธินั้น   คือว่าสัตว์ทั้งหลายเป็นผู้สำเร็จ   เจริญ
ดียิ่ง.  โดยอรรถที่  ๑   ปาท  -  ธรรมเครื่องให้ถึง    คือ  อิทฺธิ - ความ
สำเร็จ     ชื่อว่า   อิทธิบาท,     ความว่า   ส่วนแห่งความสำเร็จ.     โดย
อรรถที่สอง  ชื่อว่า อิทธิบาท   เพราะเป็นธรรมเครื่องให้ถึงความสำเร็จ.
           บทว่า   ปาโท - คือเป็นที่ตั้ง     อธิบายว่า    เป็นอุบายให้บรรลุ.
เพราะสัตว์ทั้งหลายย่อมถึง    คือย่อมบรรลุความสำเร็จยิ่ง ๆ  ขึ้นไปด้วย
อิทธิบาทนั้น,    ฉะนั้น   ท่านจึงเรียกว่า   ปาโท.   อิทธิบาทมี   ฉันทะ
เป็นต้นเหล่านั้น    ย่อมได้ในจิตต่าง ๆ   ด้วยความเป็นใหญ่ในส่วนเบื้อง
ต้น,  แต่ในขณะแห่งมรรค   ย่อมได้ร่วมกันโดยแท้.
           บทว่า   อิชฺฌนฏฺโ€ -  สภาพที่สำเร็จ  คือ   สภาพที่ปรากฏ   หรือ
สภาพเป็นที่ตั้ง.
            บทว่า   สจฺจานํ  ได้แก่   อริยสัจ ๔.