๒๘๘    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๒๘๙
            บทว่า    ตถฏฺโ€ -  สภาพที่เที่ยงแท้  ได้แก่  สภาพตามที่เป็นจริง.
การวิสัชนา ๘ เหล่านี้เจือด้วยโลกิยะและโลกุตระ.
           บทว่า   ปโยคานํ - ปโยคะทั้งหลาย   ได้แก่    ปโยคะของอริย-
มรรค  ๔.
          บทว่า   ปฏิปสฺสทฺธฏฺโ€  -  สภาพที่ระงับ    ได้แก่   ระงับด้วย
อริยผล ๔.    จริงอยู่มรรคปโยคะเป็นอันระงับในขณะแห่งผล    เพราะ
หมดกิจแล้ว.   หรือภาวะแห่งมรรคปโยคะระงับด้วยผลเกิดขึ้น.
           บทว่า   ผลานํ   สจฺฉิกิริยฏฺโ€ - สภาพที่ทำให้แจ้งแห่งผล ได้แก่
สภาพที่ทำให้ประจักษ์ด้วยพิจารณาอริยผล.   เป็นอันท่านกล่าวถึงการทำ
ให้แจ้งซึ่งอารมณ์.   หรือการทำให้แจ้งซึ่งการได้ในขณะแห่งผล.
            พระสารีบุตรได้ชี้แจงถึงการวิสัชนา  ๕  ข้อ  มีวิตกเป็นต้น  ด้วย
องค์ฌาน.   การตรึก   ชื่อว่า  วิตักกะ   ท่านกล่าวว่า  ได้แก่  การยกขึ้น
การตรอง   ชื่อว่า  วิจาร  ท่านกล่าวว่า ได้แก่  การตามตรวจตรา.   บทว่า
อุปวิจารฏฺโ€ - สภาพที่ตรวจตรา   ได้แก่   สภาพที่ตามขัดสีชำระล้าง.
บทว่า    อภิสนฺทนฏฺโ€ - สภาพที่ไหลมา   ได้แก่    สภาพที่ชุ่มชื่น   คือ
สภาพที่จิตมีอารมณ์เป็นหนึ่ง   ด้วยอำนาจสมาธิ.
           พระสารีบุตรได้ชี้แจงถึงกางวิสัชนา  ๕  ข้อ  มี  อาวัชชนะ -  การ
คำนึงเป็นต้น      โดยเป็นข้อเบ็ดเตล็ด.      สภาพที่คำนึงของจิต  ๒  ดวง
น้อมไปสู่จิตสันดานในอารมณ์อื่นจากอารมณ์แห่งภวังคะ   ในปัญจทวาร
และมโนทวาร,    สภาพที่รู้แจ้งด้วยวิญญาณ      สภาพที่รู้ชัดด้วยปัญญา
สภาพที่จำได้แห่งสัญญา.    สภาพที่สมาธิเป็นธรรมเอกผุดขึ้น.     เพราะ
สมาธิในทุติยฌานเป็นเอกผุดขึ้น   ท่านจึงกล่าวว่า   เอโกทิ    อธิบายว่า
เป็นสมาธิเลิศประเสริฐ   เกิดขึ้นเพราะวิตกวิจาร    สงบเงียบ.     เพราะ
สมาธิประเสริฐ   ท่านจึงกล่าวว่า   เป็นธรรมเอกในโลก.    อีกอย่างหนึ่ง.
ท่านกล่าวว่า   เป็นธรรมเอกไม่มีคู่   เว้นวิตกวิจารผุดขึ้นดังนี้บ้าง   ย่อม
ควร.     อีกอย่างหนึ่ง   กุศลสมาธิแม้ทั้งหมดเป็นธรรมสงบเงียบจากวิตก
วิจารเหล่านั้น     เพราะเป็นปฏิปักษ์ต่อนิวรณ์เป็นต้น   หรือต่ออุทธัจจะ
เท่านั้น  ฉะนั้นจึงเป็นธรรมอันเลิศผุดขึ้น  หรือเว้นจากวิตกวิจารเหล่านั้น
จึงเป็นธรรมไม่มีคู่ผุดขึ้น   จึงชื่อว่า เอโกทิ  เป็นธรรมเอกผุดขึ้น   ย่อม
ถูกต้อง.
         ๓๗]   บทว่า  อภิาย   าตฏฺโ€ - สภาพที่รู้แห่งปัญญา
ได้แก่   สภาพที่รู้สภาวธรรมด้วย  ญาตปริญญา - กำหนดรู้ด้วยการรู้.
         บทว่า  ปริฺาย    ตีรณฏฺโ€ - สภาพทั้งหมดพิจารณาด้วย
ปริญญา   ได้แก่    สภาพที่กำหนดพิจารณาโดยเป็นของไม่เที่ยงเป็นต้น
ด้วย    ตีรณปริญญา - กำหนดรู้ด้วยการพิจารณา.
         บทว่า   ปหานสฺส  ปริจฺจาคฏฺโ€      ภาพที่สละแห่ง   ปหาน
ได้แก่  สภาพที่สละธรรมอันเป็นปฏิปักษ์ต่อ  ปหานปริญญา - กำหนด