๓๐    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๓๑
         ว่าบางพวกไม่ได้ตรัสรู้ดังนี้นั้นจงงดไว้ก่อน.  ดูก่อน
         สุภัททะ     เราจักแสดงธรรมแก่เธอ    เธอจงตั้งใจ
         ฟังธรรมนั้น    จงมนสิการให้ดี,       เราจักแสดง
         ณ  บัดนี้"  ดังนี้.
และ       เพราะเว้นวาทะของพวกสมณพราหมณ์ปุถุชนฝ่ายปรัปปวาท
ทั้งหลายเสีย      แล้วแสดงอัฏฐังคิกมรรคอันประเสริฐ     และ     เพราะ
ญาณ    กล่าวคือ    สัมมาทิฏฐิในอัฏฐังคิกมรรคเป็นประธาน   ท่านจึง
กล่าวญาณกถาไว้แต่ต้น.
         พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า
                     ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย     องค์แห่งการบรรลุ
         โสดาบัน  ๔  อย่างเหล่านี้   คือ
         ๑.  สปฺปุริสสํเสโว               การคบหากับสัตบุรุษ
         ๒.  สทฺธมฺมสฺสวนํ              การฟังพระสัทธรรม
         ๓.   โยนิโสมนสิกาโร          การทำไว้ในใจโดยแยบคาย
         ๔.   ธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺติ     การปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม.
และตรัสว่า
๑. ที.มหา. ๑๐/๑๓๘. ๒. ที.ปา. ๑๑/๒๔๐.
                     กุลบุตรเกิดสัทธาแล้ว      ย่อมเข้าไปใกล้
         เมื่อเข้าไปใกล้   ย่อมนั่งใกล้    เมื่อนั่งใกล้    ย่อม
         เงี่ยหูลง    เมื่อเงี่ยหูลงแล้ว    ย่อมฟังธรรม    ครั้น
         ฟังธรรมแล้ว      ย่อมทรงธรรมไว้      ย่อมพิจารณา
         เนื้อความแห่งธรรมที่ทรงไว้แล้ว   เมื่อพิจารณาเนื้อ
         ความอยู่   ธรรมทั้งหลายย่อมทนซึ่งความพินิจ  เมื่อ
         ธรรมทนความพินิจได้อยู่   ฉันทะ  ย่อมเกิด   เมื่อ
         เกิดฉันทะแล้ว   ย่อมอุตสาหะ  ครั้นอุตสาหะแล้ว
         ย่อมไตร่ตรอง    ครั้นไตร่ตรองแล้ว    ย่อมตั้งความ
         เพียร   เมื่อมีตนส่งไปแล้ว    ย่อมกระทำให้แจ้งชัด
         ซึ่งปรมัตถสัจจะนั้นด้วยกาย       และเห็นแจ้งแทง
         ตลอดซึ่งปรมัตถสัจจะนั้นด้วยปัญญา    ดังนี้
และตรัสว่า
                     พระตถาคต      อุบัติขึ้นในโลกนี้     ฯลฯ
         พระตถาคตนั้นทรงแสดงธรรมไพเราะในเบื้องต้น
         ดังนี้.
         ท่านกล่าวญาณกถาไว้แต่ต้นทำ   สุตมยญาณ   ไว้เป็นญาณต้น
โดยอนุโลมสุตตันตบทมิใช่น้อยตามที่ได้กล่าวมาแล้วนี้เป็นอาทิ.
๑. ม.ม. ๑๓/๒๓๘. ๒. ที.มหา. ๙/๑๐๒.