| กุลบุตรเกิดสัทธาแล้ว ย่อมเข้าไปใกล้ |
| เมื่อเข้าไปใกล้ ย่อมนั่งใกล้ เมื่อนั่งใกล้ ย่อม |
| เงี่ยหูลง เมื่อเงี่ยหูลงแล้ว ย่อมฟังธรรม ครั้น |
| ฟังธรรมแล้ว ย่อมทรงธรรมไว้ ย่อมพิจารณา |
| เนื้อความแห่งธรรมที่ทรงไว้แล้ว เมื่อพิจารณาเนื้อ |
| ความอยู่ ธรรมทั้งหลายย่อมทนซึ่งความพินิจ เมื่อ |
| ธรรมทนความพินิจได้อยู่ ฉันทะ ย่อมเกิด เมื่อ |
| เกิดฉันทะแล้ว ย่อมอุตสาหะ ครั้นอุตสาหะแล้ว |
| ย่อมไตร่ตรอง ครั้นไตร่ตรองแล้ว ย่อมตั้งความ |
| เพียร เมื่อมีตนส่งไปแล้ว ย่อมกระทำให้แจ้งชัด |
| ซึ่งปรมัตถสัจจะนั้นด้วยกาย และเห็นแจ้งแทง |
| ตลอดซึ่งปรมัตถสัจจะนั้นด้วยปัญญา๑ ดังนี้ |
| และตรัสว่า |
| พระตถาคต อุบัติขึ้นในโลกนี้ ฯลฯ |
| พระตถาคตนั้นทรงแสดงธรรมไพเราะในเบื้องต้น๒ |
| ดังนี้. |
| ท่านกล่าวญาณกถาไว้แต่ต้นทำ สุตมยญาณ ไว้เป็นญาณต้น |
| โดยอนุโลมสุตตันตบทมิใช่น้อยตามที่ได้กล่าวมาแล้วนี้เป็นอาทิ. |
|