๓๑๒    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๓๑๓
ไม่มีอาวัชนะต่าง ๆ กัน        เพราะเกิดขึ้นในอาวัชนวิถีแห่งอนุโลมญาณ
นั่นเอง.    เพราะฉะนั้นโคตรภูญาณนั่นแล    เป็น   วิวัฏฏนานุปัสนา
ถูกต้องเพราะท่านไม่กล่าวถึงอาวัชนะ   เพื่อประโยชน์แก่วิวัฏฏนานุปัสนา.
             ๔๙]   พระสารีบุตรได้ชี้แจงถึงการวิสัชนา  ๘  ข้อ     มี  โสดา-
ปัตติมรรค   เป็นต้น   ด้วยอำนาจแห่งมรรคและผลอันเป็นโลกุตระ.
             การถึงกระแสแห่งมรรค ชื่อว่า โสตาปตฺติ,  โสดาปตฺติ  นั่นแล
เป็น    มรรค   ชื่อว่า   โสตาปัตติมรรค.
             ผลแห่งการถึงกระแส  ชื่อว่า โสดาปัตติผล,   ชื่อว่า  สมาปัตติ
เพราะอรรถว่า  เข้าถึง.   โสดาปัตติผลนั่นและเป็นสมาบัติ   ชื่อว่า  โสดา-
ปัตติผลสมาบัติ.
             ชื่อว่า  สกทาคามี  เพราะอรรถว่า   มาสู่โลกนี้คราวเดียวเท่านั้น
ด้วยอำนาจปฏิสนธิ,    มรรคแห่งสกทาคามีนั้น ชื่อว่า  สกทาคามิมรรค.
             ชื่อว่า   อนาคามี      เพราะอรรถว่า    ไม่มาสู่กามภพด้วยอำนาจ
ปฏิสนธินั่นแล,    มรรคแห่งอนาคามีนั้น   ชื่อว่า    อนาคามิมรรค.  ผล
แห่งอนาคามี   ชื่อว่า   อนาคามิผล.
             ชื่อว่า   อรหํ   เพราะไกลจากกิเลสทั้งหลาย,    เพราะกำจัดข้าศึก
คือกิเลส    เพราะหักซี่ล้อของสังสารจักรเสียได้,   เพราะไม่มีความลับใน
การทำบาป,    เพราะควรแก่ปัจจัยเป็นต้น.     ความเป็นอรหันต์    ชื่อว่า
อรหตฺตํ       นั้นคืออะไร ?    คืออรหัตผล.       มรรคแห่งอรหัต   ชื่อว่า
อรหัตมรรค.  ผลแห่งอรหัตนั่นแล  ชื่อว่า   อรหัตผล.
              ๕๐ - ๕๓]   พระสารีบุตรได้ชี้แจงถึงการวิสัชนา ๓๓ ข้อ    มี
บทว่า   อธิโมกฺขฏฺเ€น   สทฺธินฺทฺริยํ  ได้แก่   สัทธินทรีย์ด้วยความว่า
น้อมใจเชื่อเป็นต้น,   บทว่า   ตถฏฺเ€น  สจฺจา  ได้แก่    สัจจะด้วยความ
ว่าเที่ยงเป็นที่สุด   ได้ชี้แจงการวิสัชนาเสมอกันด้วยการวิสัชนา ๓๓ ข้อ
มีบทว่า อินฺทฺริยสฺส  อธิโมกฺขฏฺโ€ - สภาพที่น้อมใจเชื่อแห่งสัทธินทรีย์
เป็นตันในภายหลัง. ได้ชี้แจงอรรถด้วยธรรมทั้งหลาย ในบทนั้นสิ้นเชิง.
ในบทนี้ได้ชี้แจงธรรมทั้งหลายด้วยอรรถ   นี้เป็นความต่างกัน. พึงทราบ
ความต่างกันแห่งการวิสัชนา ๔ ข้อ มีบทว่า   อวิกฺเขปฏฺเ€น   สมโถ-
สมถะด้วยความว่าไม่ฟุ้งซ่านเป็นต้น    และการวิสัชนา ๔ ข้อ   มีบทว่า
สมถสฺส  อวิกฺเขปฏฺโ€ -  สภาพไม่ฟุ้งซ่านแห่งสมถะเป็นต้น   โดยนัย
ดังกล่าวแล้วในหนหลังนั่นแล.
              ๕๔]   พระสารีบุตรได้ชี้แจงถึงการวิสัชนา ๘ ข้อ  มีบทว่า  สํว-
รฏฺเ€น - ด้วยความว่าสำรวมเป็นต้น    ด้วยอำนาจธรรมมี  ศีล  เป็นต้น
มี พละ เป็นที่สุด.
          บทว่า   สีลวิสุทฺธิ - ความหมดจดแห่งศีล  ได้แก่   ศีล  ๔ อย่าง
มีปาติโมกขสังวรศีล    อันบริสุทธิ์ด้วยดีเป็นต้น     ชื่อว่า   สีลวิสุทฺธิ
เพราะชำระมลทิน  คือความเป็นผู้ทุศีล.