| แห่งความไม่เกิดขึ้นแห่งกิเลสอันฆ่าด้วยมรรคนั้น ๆ อันเป็นความไม่เกิด |
| ด้วยปฏิสนธิ เพราะระงับปโยคะคือมรรคกิจเสียได้. |
| พระสารีบุตรได้ชี้แจงถึงการวิสัชนา ๙ ข้อ มีบทว่า ฉนฺโท |
| มูลฏฺเน - ฉันทะด้วยความว่าเป็นมูลฐานเป็นต้น ด้วยอำนาจอริย- |
| มรรคอันเป็นเบื้องต้นท่ามกลางและที่สุด. |
| บทว่า ฉนฺโท มูลฏฺเน ได้แก่ ฉันทะคือความเป็นผู้ใคร่ |
| เพื่อจะทำกุศลธรรมทั้งหลาย ด้วยความว่าเป็นมูลฐาน เพราะเป็นมูล |
| แห่งการปฏิบัติและแห่งความสำเร็จ |
| บทว่า มนสิกาโร สมุฏฺานฏฺเน - มนสิการด้วยความว่าเป็น |
| สมุฏฐาน ได้แก่ โยนิโสมนสิการด้วยความว่าเป็นสมุฏฐาน เพราะยัง |
| กุศลธรรมทั้งหมดให้ตั้งขึ้น. |
| บทว่า ผสฺโส สโมธานฏฺเน - ผัสสะด้วยความว่าประมวลมา |
| ได้แก่ เพราะเวทนาเป็นปธานเหตุแห่งตัณหาโดยเฉพาะ, อนึ่ง เมื่อ |
| จะละตัณหา ย่อมละด้วยเวทนาที่กำหนดรู้โดยเฉพาะ, และผัสสะเป็น |
| ปธานเหตุแห่งเวทนานั้น, เมื่อกำหนดรู้ผัสสะแล้วเป็นอันกำหนดรู้ |
| เวทนาด้วย, ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวผัสสะในวัตถุที่ควรรู้ยิ่ง ๗ ก่อน. ก็ |
| ผัสสะนั้น ชื่อว่า ควรรู้ยิ่งด้วยความว่าประมวลมา เพราะท่านกล่าวว่า |
| ติกสนฺนิปาตปจฺจุปฏฺาโน - มีการประมวลมา รวมกันระหว่างวัตถุ |
| อารมณ์และวิญญาณ ๓ อย่างเป็นอาการปรากฏ เพราะประกาศด้วย |