๓๑๖    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๓๑๗
อำนาจเหตุของตน   กล่าวคือการประมวลมาแห่งธรรมทั้ง ๓   แต่อาจารย์
บางพวกกล่าวว่า  ผัสสะ คือ ญาณผัสสะ.
           ก็เพราะเวทนายังจิตและเจตสิกให้เป็นไปในอำนาจของตน  ย่อม
ประชุม คือ ย่อมเข้าไปในจิตเจตสิกนั้น,  หรือเข้าไปสู่จิตสันดานนั่นเอง,
ฉะนั้นท่านจึงกล่าวว่า  สโมสรณฏฺเ€น  อภิญฺเยฺยา - เวทนาควรรู้ยิ่ง
ด้วยความว่าประชุม.
            ส่วนอาจารย์พวกหนึ่งกล่าวว่า    การกำหนดรู้แม้ทั้งหมด    ย่อม
ประชุมลงในเวทนาทั้งหลาย,   เมื่อกำหนดรู้เวทนาแล้วเป็นอันกำหนดรู้
ที่ตั้งของตัณหาทั้งหมดได้.    นั่นเพราะเหตุไร ?   เพราะตัณหาทั้งหมดมี
เวทนาเป็นปัจจัย.   ฉะนั้น เวทนาจึงควรรู้ยิ่งด้วยความว่าประชุม  เพราะ
สมาธิชื่อว่าเป็นประมุข  เป็นใหญ่ของกุศลธรรมทั้งหลาย  เพราะประมวล
ไว้ซึ่งจิตและเจตสิกทั้งหลาย  ดุจช่อฟ้ากูฏาคารเป็นประมุข   เพราะยึดไว้
ด้วยไม้จันทัน,   ฉะนั้น  ท่านจึงกล่าวว่า  สมาธิ  ปมุขฏฺเ€น      สมาธิ
ด้วยความว่าเป็นประธาน.   ปาฐะว่า   ปามุกฺขฏฺเ€น   บ้าง.
         เพราะสติเป็นใหญ่ในการกำหนดอารมณ์ของผู้เจริญสมถวิปัสสนา,
เมื่ออารมณ์กำหนดไว้ได้ด้วยสติกุศลธรรมแม้ทั้งหมด     ย่อมยังกิจของ
ตน ๆ ให้สำเร็จ     ฉะนั้นท่านจึงกล่าวว่า   สติ   อาธิปเตยฺยฏฺเ€น -
สติด้วยความว่าเป็นใหญ่.
          บทว่า   ปา     ฉเ€น  ปัญญาด้วยความว่าประเสริฐ
กว่ากุศลนั้น ๆ  ได้แก่   อริยมรรคปัญญา   ชื่อว่าควรรู้ยิ่ง   ด้วยความว่า
ยิ่งคือประเสริฐกว่ากุศลธรรมนั้น ๆ.     อีกอย่างหนึ่ง   ชื่อว่า    ตทุตฺตรา
เพราะอรรถว่า   ก้าวล่วงยิ่งจากกิเลสทั้งหลาย  หรือจากสังสารวัฏ,  อรรถ
แห่ง    ตทุตฺตรา   นั้น   ชื่อว่า  ตทุตฺตรฏฺโ€   ความว่าประเสริฐกว่ากุศล-
ธรรมนั้น ๆ.   ด้วย  ตทุตฺตรฏฺโ€  นั้น.    ปาฐะว่า    ตตุตฺตรฏฺเ€น  บ้าง
ความว่าด้วยความยิ่งกว่าธรรมนั้น.
          บทว่า    วิมุตฺติ   สารฏฺเ€น - วิมุตติด้วยความว่าเป็นแก่นสาร
ได้แก่   ผลวิมุตติ   ชื่อว่าเป็นแก่นสาร    เพราะความมั่นคงโดยไม่เสื่อม,
แม้เพราะก้าวล่วงสิ่งนั้นแล้วไม่มีสิ่งอื่นที่พึงแสวงหา     ก็ชื่อว่าเป็นแก่น-
สาร.  วิมุตตินั้นควรรู้ยิ่ง   ด้วยความว่าเป็นแก่นสารนั้น.
         บทว่า อมโตคธํ  นิพฺพานํ - นิพพานอันหยั่งลงในอมตะ  ชื่อว่า
อมตะ  เพราะนิพพานไม่มี  มตะ  คือความตาย,  ชื่อว่า  อมตะ   เพราะ
เป็นยาแก้พิษคือกิเลสบ้าง,     ชื่อว่า โอคธํ   เพราะเป็นหลักของสัตว์
ทั้งหลายด้วยการทำให้แจ้ง.   ชื่อว่า  นิพพานํ  คือดับเพราะสงบจากทุกข์
ในสงสาร,   ชื่อว่า   นิพฺพานํ   เพราะในนิพพานนี้ไม่มีเครื่องร้อยรัดคือ
ตัณหา.
         นิพพานนั้นควรรู้ยิ่งด้วยความว่าเป็นที่สุด    เพราะคำสอนเสร็จ-
สิ้นแล้ว.  ในอภิญเญยยนิทเทสนี้รวมการวิสัชนา  ได้ ๗,๗๔๐  บท  ด้วย