๓๒    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๓๓
         ก็ญาณกถานี้นั้น  แบ่งออกเป็น   ๒   คือ  อุทเทส  ๑  นิทเทส  ๑.
ในอุทเทส   ท่านแสดงญาณ  ๗๓  ด้วยสามารถแห่งมาติกาโดยนัยเป็นต้น
ว่า    โสตาวธาเน   ปญฺา   สุตมเย  าณํ   ซึ่งแปลว่า  ปัญญาในการ
ทรงจำธรรมที่ได้ฟังมาแล้ว   เป็นสุตมยญาณ     ดังนี้.
         ในนิทเทส      ท่านแสดงญาณ    ๗๓  เหล่านั้นนั่นแหละ     อย่าง
พิสดารโดยนัยเป็นต้นว่า   กถํ    โสตาวธาเน    ปญฺา    สุตมเย
าณํ.     อิเม    ธมฺมา   อภิญฺเยฺยาติ   โสตาวธานํ,   ตํปชานนา
ปญฺา   สุตมเย   าณํ   ซึ่งแปลว่า    ปัญญาในการทรงจำธรรมที่ได้
ฟังมาแล้ว   เป็นสุตมยญาณอย่างไร ?   ปัญญาอันเป็นเครื่องทรงจำธรรม
ที่ได้ฟังมาแล้ว      คือเป็นเครื่องรู้ชัดซึ่งธรรมที่ได้สดับมาแล้วนั้นว่า
ธรรมเหล่านี้ควรรู้ยิ่งดังนี้     เป็นสุตมยญาณดังนี้.
                                      จบ  คันถารัมภกถา
มหาวรรค
อรรถกถาญาณกถามาติกา
๑.  อรรถกถาสุตมยญาณุทเทส
ว่าด้วย สุตมยญาณ
         ในอุทเทสนั้นเบื้องแรก     พึงทราบ   โสต  ศัพท์     ในคำนี้ว่า
โสตาวธาเน   ปญฺา   สุตมเย  าณํ   มีประเภทแห่งอรรถเป็นอเนก.
จริงอย่างนั้น  โสต   ศัพท์นั้นย่อมปรากฏ
                     ในอรรถว่า     มังสโสตะ,     โสตวิญญาณ,
         ญาณโสตะ,     กระแสแห่งตัณหาเป็นต้น,    สายธาร
         แห่งกระแสน้ำ,    อริยมรรค,    และแม้ในความสืบ
         ต่อแห่งจิต.
         ก็  โสต  ศัพท์  นี้   ย่อมปรากฏในอรรถว่า  มังสโสตะ  ได้ในคำ
เป็นต้นว่า   โสตายตนะ,  โสตธาตุ   และโสตินทรีย์.
         ปรากฏในอรรถว่า   โสตวิญญาณ  ได้ในคำเป็นต้นว่า   ได้ยิน
เสียงด้วยโสตะ.
๑. อภิ. วิ. ๓๕/ ๑๐๑. ๒. ม.มู. ๑๒/ ๑๔.