| ก็ญาณกถานี้นั้น แบ่งออกเป็น ๒ คือ อุทเทส ๑ นิทเทส ๑. |
| ในอุทเทส ท่านแสดงญาณ ๗๓ ด้วยสามารถแห่งมาติกาโดยนัยเป็นต้น |
| ว่า โสตาวธาเน ปญฺา สุตมเย าณํ ซึ่งแปลว่า ปัญญาในการ |
| ทรงจำธรรมที่ได้ฟังมาแล้ว เป็นสุตมยญาณ ดังนี้. |
| ในนิทเทส ท่านแสดงญาณ ๗๓ เหล่านั้นนั่นแหละ อย่าง |
| พิสดารโดยนัยเป็นต้นว่า กถํ โสตาวธาเน ปญฺา สุตมเย |
| าณํ. อิเม ธมฺมา อภิญฺเยฺยาติ โสตาวธานํ, ตํปชานนา |
| ปญฺา สุตมเย าณํ ซึ่งแปลว่า ปัญญาในการทรงจำธรรมที่ได้ |
| ฟังมาแล้ว เป็นสุตมยญาณอย่างไร ? ปัญญาอันเป็นเครื่องทรงจำธรรม |
| ที่ได้ฟังมาแล้ว คือเป็นเครื่องรู้ชัดซึ่งธรรมที่ได้สดับมาแล้วนั้นว่า |
| ธรรมเหล่านี้ควรรู้ยิ่งดังนี้ เป็นสุตมยญาณดังนี้. |
| จบ คันถารัมภกถา |
|
| มหาวรรค |
| |
| อรรถกถาญาณกถามาติกา |
| |
| ๑. อรรถกถาสุตมยญาณุทเทส |
| ว่าด้วย สุตมยญาณ |
| ในอุทเทสนั้นเบื้องแรก พึงทราบ โสต ศัพท์ ในคำนี้ว่า |
| โสตาวธาเน ปญฺา สุตมเย าณํ มีประเภทแห่งอรรถเป็นอเนก. |
| จริงอย่างนั้น โสต ศัพท์นั้นย่อมปรากฏ |
| ในอรรถว่า มังสโสตะ, โสตวิญญาณ, |
| ญาณโสตะ, กระแสแห่งตัณหาเป็นต้น, สายธาร |
| แห่งกระแสน้ำ, อริยมรรค, และแม้ในความสืบ |
| ต่อแห่งจิต. |
| ก็ โสต ศัพท์ นี้ ย่อมปรากฏในอรรถว่า มังสโสตะ ได้ในคำ |
| เป็นต้นว่า โสตายตนะ, โสตธาตุ และโสตินทรีย์.๑ |
| ปรากฏในอรรถว่า โสตวิญญาณ ได้ในคำเป็นต้นว่า ได้ยิน |
| เสียงด้วยโสตะ๒. |
|
|