| ด้วยฌานเล็กน้อย, พรหมปุโรหิตะ เกิดด้วยฌานอย่างกลาง. อนึ่ง |
| กายของพวกเทพเหล่านั้น แผ่ซ่านยิ่ง. มหาพรหมเกิดด้วยฌานอัน |
| ประณีต, กายของมหาพรหมเหล่านั้น แผ่ซ่านยิ่งนัก. พรหมกายิกา |
| เหล่านั้น ท่านกล่าวว่า มีกายต่างกัน มีสัญญาอย่างเดียวกัน เพราะ |
| กายต่างกัน เพราะสัญญาอย่างเดียวกันด้วยอำนาจปฐมฌาน. |
| สัตว์ที่เกิดในอบาย ๔ ก็เหมือนกัน. ในนรกบางพวกร่างกาย |
| คาวุตหนึ่ง, บางพวกกึ่งโยชน์, บางพวก ๓ คาวุต ส่วนเทวทัตมี |
| ร่างกายร้อยโยชน์. แม้ในเดียรัจฉาน บางพวกก็เล็ก, บางพวกก็ใหญ่. |
| แม้ในเปตติวิสัย บางพวกก็ ๖๐ ศอก บางพวกก็ ๘๐ ศอก บางพวก |
| ผิวงาม บางพวกผิวทราม. เหมือนกาลกัญชิกาสูร. อนึ่ง บรรดาเปรต |
| เหล่านี้ พวกทีฆปิฏฐิกาเปรตก็มีกายสูง ๖๐ โยชน์. สัญญาของเปรต |
| ทั้งหมดนั้น เป็นไปกับอเหตุกะมีอกุศลเป็นวิบาก. แม้สัตว์ในอบาย |
| ทั้งหลายก็ถือได้ว่าเป็นผู้มีกายต่างกัน มีสัญญาอย่างเดียวกัน. |
| บทว่า อาภสฺสรา - พวกเทพอาภัสสระ รัศมีจากร่างกายของ |
| อาภัสสรเทพเหล่านั้น รุ่งเรืองสว่างไสวดุจขาดแล้ว ๆ ตกลงมาเหมือน |
| คบเพลิงมีด้าม จึงชื่อว่า อาภัสสรา. บรรดาเทพเหล่านั้น รัศมีเกิดขึ้น |
| เพราะเจริญทุติยฌานและตติยฌานทั้งสองในปัญจกนัยนิดหน่อย จึงชื่อ |
| ว่า ปริตตาภา. รัศมีเกิดขึ้นเพราะเจริญฌานปานกลาง จึงชื่อว่า |
| อัปปมาณาภา. รัศมีเกิดขึ้นเพราะเจริญฌานประณีต จึงชื่อว่า อาภัส- |