๓๒๘    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๓๒๙
สรา.    แต่ในที่นี้ท่านกำหนดเอาเทพทั้งหมดเหล่านั้น   ด้วยการกำหนด
ชั้นยอด.   กายของเทพเหล่านั้นทั้งหมด    แผ่ซ่านเป็นอันเดียวกัน,   แต่
สัญญาต่างกัน      เพราะไม่มีวิตกมีแต่วิจาร      และเพราะไม่มีทั้งวิตกและ
วิจาร.
          บทว่า  สุภกิณฺหา - พวกเทพสุภกิณหะ   ได้แก่   พวกเทพผู้เปี่ยม
กระจายไปด้วยความงาม.   อธิบายว่า      มีรัศมีเป็นก้อนเดียวกันด้วยดี
รัศมีจากร่างกาย.   รัศมีของพวกสุภกิณหเทพเหล่านั้นไม่ขาดเป็นตอน ๆ
เหมือนรัศมีของพวกอาภัสสรเทพ.   พวกเทพปริตตสุภะ   อัปปมาณสุภะ
สุภกิณหะเกิดขึ้นด้วยอำนาจตติยฌานในจตุกกนัย  จตุตถฌานในปัญจก-
นัย  อันเป็นฌานนิดหน่อย  ปานกลาง  และประณีต.   พวกเทพทั้งหมด
เหล่านั้น     พึงทราบว่า     มีกายอย่างเดียวกัน    มีสัญญาอย่างเดียวกัน
ด้วยสัญญาในจตุตถฌาน.   เวหัปผละ   ย่อมรวมเข้ากับ   วิญญาณฐิติ
ข้อที่  ๔.  อสัญญสัตว์ -  สัตว์ไม่มีสัญญา   ไม่สงเคราะห์เข้าในวิญญาณฐิติ
นี้   เพราะไม่มีวิญญาณ,   สงเคราะห์เข้าใน   สัตตาวาส  -  ภพเป็นที่อยู่
ของสัตว์.
           สุทธาวาส - ภพเป็นที่อยู่ของผู้บริสุทธิ์    ดำรงอยู่ในฝ่ายแห่ง
วิวัฏฏะ  (นิพพาน) มิใช่ดำรงอยู่ตลอดทุกกาล.ภพเทพสุทธาวาสย่อมไม่
เกิดในโลกที่ว่างจากพระพุทธเจ้าตลอดแสนกัปบ้าง,  ตลอดอสงไขยกัปบ้าง.
เมื่อพระพุทธเจ้าอุบัติในระหว่างหนึ่งหมื่นหกพันกัป   ภพเทพสุทธาวาส
จึงเกิด.     พวกเทพเหล่านั้นเป็นเหมือนกองทัพของพระผู้มีพระภาคเจ้า
ผู้ประกาศพระธรรมจักร,   เพราะฉะนั้นจึงไม่เป็นวิญญาณฐิติ.    ทั้งไม่
รวมเข้ากับสัตตาวาส.   พระมหาสีวเถระกล่าวโดยพระสูตรนี้ว่า   ดูก่อน
สารีบุตร  สัตตาวาสที่เราไม่เคยอาศัยอยู่  นอกจากเทพสุทธาวาสโดยกาล
ยาวนานนี้หาได้ไม่ง่ายนักแล    ดังนี้แม้สุทธาวาสก็รวมเข้ากับวิญ-
ญาณฐิติที่ ๔    และสัตตาวาสที่  ๔,  สูตรนั้นท่านเห็นตามด้วย    เพราะ
เป็นสูตรที่ไม่ได้ห้ามไว้.
         ชื่อว่า  เนวสัญญานาสัญญายตนะ   เพราะวิญญาณละเอียดจะ
มีวิญญาณก็ไม่ใช่  ไม่มีวิญญาณก็ไม่ใช่  เหมือนสัญญาละเอียด,  เพราะ
ฉะนั้นท่านจึงไม่กล่าวไว้ในวิญญาณฐิติ.
          บทว่า   อฏฺ€  โลกธมฺมา - โลกธรรม ๘ เหล่านี้    คือ  ลาภ  ๑
เสื่อมลาภ  ๑  ยศ ๑  เสื่อมยศ   ๑ นินทา  ๑  สรรเสริญ ๑  สุข  ๑
ทุกข์ ๑     เมื่อความเป็นไปของโลกมีอยู่    ธรรมของโลก   จึงเรียกว่า
โลกธรรม    เพราะมีความเปลี่ยนไปเป็นธรรมดา.    ชื่อว่า     สัตว์จะพ้น
จากโลกธรรมเหล่านี้    ย่อมไม่มี.    จะมีก็แต่พระพุทธเจ้าเท่านั้น.   ดังที่
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า     ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย   โลกธรรม  ๘
เหล่านี้    ย่อมหมุนไปตามโลก,   และโลกก็ย่อมหมุนไปตามโลก
ธรรม ๘. โลกธรรม  ๘  คืออะไรบ้าง.  โลกธรรม  ๘  คือ  ลาภ  ๑
๑. ม.มู. ๑๒/๑๘๙