| เมื่อพระพุทธเจ้าอุบัติในระหว่างหนึ่งหมื่นหกพันกัป ภพเทพสุทธาวาส |
| จึงเกิด. พวกเทพเหล่านั้นเป็นเหมือนกองทัพของพระผู้มีพระภาคเจ้า |
| ผู้ประกาศพระธรรมจักร, เพราะฉะนั้นจึงไม่เป็นวิญญาณฐิติ. ทั้งไม่ |
| รวมเข้ากับสัตตาวาส. พระมหาสีวเถระกล่าวโดยพระสูตรนี้ว่า ดูก่อน |
| สารีบุตร สัตตาวาสที่เราไม่เคยอาศัยอยู่ นอกจากเทพสุทธาวาสโดยกาล |
| ยาวนานนี้หาได้ไม่ง่ายนักแล ดังนี้๑แม้สุทธาวาสก็รวมเข้ากับวิญ- |
| ญาณฐิติที่ ๔ และสัตตาวาสที่ ๔, สูตรนั้นท่านเห็นตามด้วย เพราะ |
| เป็นสูตรที่ไม่ได้ห้ามไว้. |
| ชื่อว่า เนวสัญญานาสัญญายตนะ เพราะวิญญาณละเอียดจะ |
| มีวิญญาณก็ไม่ใช่ ไม่มีวิญญาณก็ไม่ใช่ เหมือนสัญญาละเอียด, เพราะ |
| ฉะนั้นท่านจึงไม่กล่าวไว้ในวิญญาณฐิติ. |
| บทว่า อฏฺ โลกธมฺมา - โลกธรรม ๘ เหล่านี้ คือ ลาภ ๑ |
| เสื่อมลาภ ๑ ยศ ๑ เสื่อมยศ ๑ นินทา ๑ สรรเสริญ ๑ สุข ๑ |
| ทุกข์ ๑ เมื่อความเป็นไปของโลกมีอยู่ ธรรมของโลก จึงเรียกว่า |
| โลกธรรม เพราะมีความเปลี่ยนไปเป็นธรรมดา. ชื่อว่า สัตว์จะพ้น |
| จากโลกธรรมเหล่านี้ ย่อมไม่มี. จะมีก็แต่พระพุทธเจ้าเท่านั้น. ดังที่ |
| พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โลกธรรม ๘ |
| เหล่านี้ ย่อมหมุนไปตามโลก, และโลกก็ย่อมหมุนไปตามโลก |
| ธรรม ๘. โลกธรรม ๘ คืออะไรบ้าง. โลกธรรม ๘ คือ ลาภ ๑ |
|