๓๔๖    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๓๔๗
ลาภ ๑ เพราะอาศัยลาภจึงเกิดการตกลงใจ  ๑  เพราะอาศัยการตกลงใจจึง
เกิดการรักใคร่พึงใจ      เพราะอาศัยการรักใคร่พึงใจจึงเกิดการพะวง  ๑
เพราะอาศัยการพะวงจึงเกิดการยึดถือ  ๑  เพราะอาศัยความยึดถือจึงเกิด
ความตระหนี่  ๑   เพราะอาศัยความตระหนี่จึงเกิดการป้องกัน  ๑   เพราะ
อาศัยการป้องกัน อกุศลธรรมอันลามกมิใช่น้อย  คือ   การถือไม้    ถือมีด
การทะเลาะ   การแก่งแย่ง   การวิวาท   การกล่าวว่า   มึง   มึง    การพูด
คำส่อเสียด    การพูดปด   ย่อมเกิดขึ้น  ๑.     ธรรมมีตัณหาเป็นมูลเหตุ  ๙
เหล่านี้     ชื่อว่า   ตัณหามูลกา   เพราะธรรมมีตัณหาเป็นมูลเหตุ.   การ
แสวงหาเป็นต้น   เป็นอกุศลทั้งนั้น.
         บทว่า   ตณฺหํ  ปฏิจฺจ  คือ  อาศัยตัณหา.  บทว่า  ปริเยสนา
คือ  การแสวงหาอารมณ์มีรูปเป็นต้น.   เพราะเมื่อตัณหามีอยู่   การแสวง
หานั้นก็มี.
          บทว่า   ลาโภ   ได้แก่   การได้อารมณ์มีรูปเป็นต้น,   เพราะเมื่อ
การแสวงหามีอยู่   ลาภนั้นก็มี.    การตกลงใจมี ๔ อย่าง   คือ   ญาณ ๑
ตัณหา  ๑  ทิฏฐิ  ๑  วิตก ๑.
          ในวินิจฉัย คือ การตกลงใจเหล่านั้น  ชื่อว่า  ญาณวินิจฺฉโย - การ
ตกลงใจด้วยความรู้   เพราะพึงรู้สุขวินิจฉัย     ครั้นรู้สุขวินิจฉัยแล้วพึง
ขวนขวายหาความสุขในภายใน.
๑. ม.อุ. ๑๔/๖๕๔.
          ตัณหาวิจริต  ๑๑๘  ที่ปรากฏอย่างนี้ว่า   บทว่า  วินิจฺฉโย  ได้แก่
วินิจฉัย  ๒ อย่าง คือ   ตัณหาวินิจฉัย  ๑ ทิฏฐิวินิจฉัย  ๑.   ชื่อว่า  ตณฺหา-
วินจฺฉโย - การตกลงใจด้วยตัณหา.
          ทิฏฐิ ๖๒   ชื่อว่า  ทิฏฺ€ิวินิจฺฉโย - การตกลงใจด้วยทิฏฐิ.  ใน
ที่นี้ท่านกล่าววิตกว่า   วินิจฉยะ    มาแล้วในสูตรนี้ว่า  ฉนฺโท  โข  เท-
วานมินฺท   วิตกฺกนิทาโน - ข้าแต่จอมเทพ   ฉันทะแลมีวิตกเป็นเหตุ.
ครั้นได้ลาภแล้ว   ย่อมตัดสินถึงสิ่งที่ชอบ ไม่ชอบ และดี  ไม่ดี  ด้วยวิตก
ว่า  สิ่งมีประมาณเท่านี้จักมีแก่เราเพื่อประโยชน์แก่รูปารมณ์,  มีประมาณ
เท่านี้จักมีแก่เราเพื่อประโยชน์แก่สัททารมณ์เป็นต้น,    มีประมาณเท่านี้
จักเป็นของเรา,   มีประมาณเท่านี้จักเป็นของผู้อื่น,   มีประมาณเท่านี้เรา
จักใช้สอย,       มีประมาณเท่านี้เราจักเก็บไว้.       ด้วยเหตุนั้นพระผู้มี-
พระภาคเจ้าจึงตรัสว่า  ลาภํ  ปฏิจฺจ  วินิจฺฉโย  - อาศัยลาภจึงเกิดการ
ตกลงใจ.
           บทว่า   ฉนฺทราโค -  การรักใคร่พึงใจ   ได้แก่   เมื่อวิตกถึงวัตถุ
ด้วยอกุศลวิตกอย่างนี้แล้ว  ย่อมเกิดราคะอย่างอ่อนและอย่างแรง.  บทว่า
ฉนฺโท   เป็นชื่อของราคะอย่างอ่อน,    บทว่า  ราโค  เป็นชื่อของราคะ
อย่างแรง.
๑. ขุ. มหา. ๒๙/๔๗๐. ๒. ที. มหา. ๑๐/๒๕๖.