๓๔๘    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๓๔๙
           บทว่า   อชฺโฌสานํ - ความพะวง   ได้แก่  การตกลงอย่างแรงว่า
เรา    ของเรา.
          บทว่า   ปริคฺคโห - ความยึดถือ    ได้แก่   ทำความยึดถือด้วย
ตัณหาทิฏฐิ.
          บทว่า   มจฺฉริยํ - ตระหนี่   ได้แก่  ไม่ยอมให้เป็นสิ่งสาธารณะ
แก่คนอื่น,     ด้วยเหตุนั้นโบราณาจารย์จึงกล่าวความหมายของ   บทว่า
มัจฉริยะ   ไว้อย่างนี้ว่า    ท่านกล่าวว่า   มัจฉริยะ     เพราะเป็นไปใน
ความว่า    ของอัศจรรย์นี้จงมีแก่เราเท่านั้น    จงอย่ามีแก่ผู้อื่นเลย
           บทว่า   อารกฺโข - การป้องกัน   ได้แก่   การรักษาด้วยดี   ด้วย
ปิดประตู  เก็บไว้ในหีบเป็นต้น.
           ชื่อว่า   อธิกรณํ   เพราะทำให้ยิ่ง.    บทนี้เป็นชื่อของเหตุ.
            บทว่า   อารกฺขาธิกรณํ - เป็นภาวนปุงสกลิงค์   ได้แก่  เหตุแห่ง
การป้องกัน.
           พึงทราบวินิจฉัยในบทมีการถือไม้เป็นต้น   ดังต่อไปนี้      การถือ
ไม้เพื่อป้องกันผู้อื่น   ชื่อว่า   พณฺฑาทานํ.   การถือศัสตรามีคมข้างเดียว
เป็นต้น  ชื่อว่า  สตฺถาทานํ.  การทะเลาะทางกายบ้าง  ทางวาจาบ้าง ชื่อว่า
กลโห.  โกรธกันมาครั้งก่อน  ๆ  ชื่อว่า  วิคฺคโห.     โกรธกันครั้งหลัง ๆ
ชื่อว่า   วิวาโท.      บทว่า   ตุวํตุวํ   ได้แก่    พูด  มึง  มึง   ด้วยความไม่
เคารพ.
          บทว่า   ทส  มิจฺฉตฺตา - ความเป็นผิด  ๑๐  คือ มิจฉาทิฏฐิ  ฯลฯ
มิจฉาสมาธิ   มิจฉาญาณะ   มิจฉาวิมุตติ.
         ในบทเหล่านั้น   บทว่า   มิจฺฉาาณํ - รู้ผิด  ได้แก่   โมหะเกิด
ขึ้น   ด้วยคิดถึงอุบายในการทำชั่ว  และด้วยอาการพิจารณาว่า   เราทำชั่ว
ก็เป็นการทำของตนเอง.
          บทว่า   มิจฺฉาวมุตฺติ - พ้นผิด ได้แก่ เมื่อยังไม่พ้นสำคัญว่าพ้น.
          ๖๕]   บัดนี้  เพื่อแสดงธรรมที่ควรละด้วยปหานะ    มีประเภท
หลายอย่าง   พระสารีบุตรจึงเริ่มบทมีอาทิว่า   เทฺว ปหานานิ - ปหานะ
๒  ก็เมื่อรู้แจ้งปหานะแล้วควรรู้ธรรมที่ควรละด้วยปหานะนั้น ๆ.      ใน
ปหานะ  ๕  ท่านกล่าวถึงโลุกุตรปหานะ  ๒ พร้อมกับ  ปโยคะ  ก่อนเว้น
ปหานะ  ๒  ทางโลก และ  นิสสรณปหานะ  การละด้วยอุบายเครื่องสลัด
ออก  อันไม่เป็น   ปโยคะ.
          ชื่อว่า   สมุจเฉทะ    เพราะปหานะเป็นเหตุทำให้กิเลสขาดไป
โดยชอบ,   ชื่อว่า  ปหานะ  เพราะปหานะเป็นเหตุละกิเลส.
          ชื่อว่า  สมุจเฉทปหานะ   เพราะละกิเลสอันเป็นสมุจเฉท  ไม่ใช่
ละกิเลสที่ยังมีเหลือ.
          ชื่อว่า  ปฏิปัสสัทธิ   เพราะกิเลสสงบ,   ชื่อว่า  ปหานะ  เพราะ
ละกิเลส,     การละอันเป็นความสงบ     ชื่อว่า  ปฏิปัสสัทธิปหานะ.