๓๕๐    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๓๕๑
ชื่อว่า   โลกุตระ   เพราะข้ามโลก.     ชื่อว่า    ขยคามี   เพราะถึงความ
สิ้นไป  ได้แก่   นิพพาน.     ขยคามีและมรรค   ชื่อว่า   ขยคามิมรรค,
อธิบายว่า     มรรคของผู้เจริญขยคามิมรรค  ชื่อว่า  สมุจเฉทปหานะ.
โลกุตรผล  ในขณะแห่งผล  ชื่อว่า  ปฏิปัสสัทธิปหานะ.
          พึงทราบวินิจฉัยในบทมีอาทิว่า   กามานเมตํ   นิสฺสรณํ - เนก-
ขัมมะเป็นอุบายเครื่องสลัดออกแห่งกามเป็นต้น. ชื่อว่า  นิสสรณะ  เพราะ
เนกขัมมะเป็นเหตุสลัดออกจากกาม  จากรูป  จากสังขตะ.  อีกอย่างหนึ่ง
ชื่อว่า  นิสสรณะ   เพราะออกไปจากกามเหล่านั้น.    นิสสรณะ   คือ
อสุภฌาน.
            ชื่อว่า เนกขัมมะ เพราะออกจากกาม.  หรือ ได้แก่  อนาคามิมรรค.
จริงอยู่อสุภฌาน   ชื่อว่า   นิสสรณะ   เพราะข่มกามไว้ได้.    ส่วน อุป-
ปาทิตอนาคามิมรรค -  อนาคามิมรรคยังฌานให้เกิด     ทำฌานนั้นให้
เป็นบาท   ชื่อว่า   อจฺจนฺตนิสฺสรณํ - เป็นอุบายสลัดออกโดยส่วนเดียว
เพราะขาดจากกามโดยประการทั้งปวง.      ชื่อว่า   รูปํ      เพราะอรรถว่า
สลายไป,   อธิบายว่า  อรูปมิใช่รูปเป็นปฏิปักษ์ต่อรูป    ดุจอมิตรเป็นปฏิ-
ปักษ์ย่อมิตร,   และดุจอโลภะเป็นต้น   เป็นปฏิปักษ์ต่อโลภะเป็นต้น.   อีก
อย่างหนึ่ง   ชื่อว่า   อรูปํ   เพราะอรรถว่า  ในฌานนี้ไม่มีรูปด้วยอำนาจ
แห่งผล,   อรูปนั่นแล   ชื่อว่า   อารุปฺปํ - อรูปฌาน.      อารุปปะ    คือ
อรูปฌาน.  อรูปฌานเหล่านั้นเป็นอุบายเครื่องสลัดออกแห่งรูป.  อรหัต-
มรรค   ชื่อว่า   อุบายเครื่องสลัดออกแห่งรูปโดยประการทั้งปวง   เพราะ
ห้ามการเกิดใหม่ด้วยอรูปฌาน.     บทว่า   ภูตํ   คือ   เกิดแล้ว.    บทว่า
สงฺขตํ   คือ   อาศัยปัจจัยปรุงแต่ง.
          บทว่า    ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนํ  -  ธรรมอาศัยกันเกิดขึ้น     ได้แก่
ปัจจัยนั้น ๆ เกิดขึ้นโดยชอบและร่วมกัน.      เป็นอันท่านแสดงความไม่
เที่ยง  ด้วยแสดงถึงความเกิดครั้งแรก,  เมื่อมีความไม่เที่ยงครั้งที่  ๒  ท่าน
ก็แสดงถึงความเป็นไปในเบื้องหน้าด้วยการแสดงถึงอานุภาพของปัจจัย,
เมื่อมีความเป็นไปในเบื้องหน้าครั้งที่ ๓ ท่านก็แสดงถึงความเป็นธรรมดา
อย่างนี้    ด้วยการแสดงถึงความเป็นผู้ขวนขวายปัจจัย.
          บทว่า   นิโรโธ   คือ  นิพพาน.   ท่านกล่าวว่า   นิโรโธ   เพราะ
อรรถว่า   อาศัยนิพพานดับทุกข์.   นิโรธ  นั้น  ชื่อว่า  เป็นอุบายสลัดออก
แห่งสังขตะนั้น   เพราะสลัดออกจากสังขตะทั้งหมด.    ส่วนในอรรถกถา
ท่านกล่าวไว้ว่า
                   ในบทนี้ว่า  นิโรโธ ตสฺส นิสฺสรณํ - นิโรธ
         เป็นอุบายสลัดออกแห่งสังขตะนั้น    ท่านประสงค์
         อรหัตผลว่า  นิโรธ.   จริงอยู่เมื่อเห็นนิพพานด้วย
         อรหัตผล   สังขารทั้งปวงก็จะไม่มีต่อไปอีก  เพราะ
         เหตุนั้นท่านจึงกล่าว    นิโรโธ     เพราะเป็นปัจจัย
          แห่งนิโรธอันได้แก่พระอรหัต.