๓๕๖    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๓๕๗
จตุตถภาณวาร -  ภาเวตัพพนิเทส
           [๖๗]ปัญญาเครื่องทรงจำธรรมที่ได้สดับมาแล้ว  คือ  เครื่อง
รู้ชัดธรรมทั้งได้สดับมาแล้วนั้นว่า   ธรรมเหล่านี้ควรเจริญ  ชื่อว่าสุตมย-
ญาณอย่างไร ?
          ธรรมอย่างหนึ่งควรเจริญ  คือ  กายคตาสติอันสหรคตด้วยความ
สำราญ.  ธรรม ๒ ควรเจริญ   คือ   สมถะ  ๑.    วิปัสสนา ๑.  ธรรม ๓
ควรเจริญ   คือ   สมาธิ  ๓.  ธรรม  ๔  ควรเจริญ    คือ   สติปัฏฐาน  ๔.
ธรรม ๕ ควรเจริญ    คือ    สัมมาสมาธิมีองค์  ๕.   ธรรม  ๖ ควรเจริญ
คือ     อนุสติ ๖.  ธรรม ๗ ควรเจริญ   คือ    โพชฌงค์ ๗.   ธรรม  ๘
ควรเจริญ   คือ   อริยมรรคมีองค์ ๘.  ธรรม  ๙  ควรเจริญ   คือ   องค์
อันเป็นประธานแห่งความบริสุทธิ์  -   ปาริสุทธิ   ๙.   ธรรม   ๑๐   ควร
เจริญ   คือ   กสิณ  ๑๐.
           [ ๖๘ ]ภาวนา ๒     คือโลกิยภาวนา ๑    โลกุตรภาวนา  ๑.
ภาวนา ๓  คือ  การเจริญธรรมอันเป็นรูปาวจรกุศล ๑   การเจริญธรรม
อันเป็นอรูปาวจรกุศล   ๑      การเจริญกุศลธรรมอันไม่นับเนื่องในโลก
คือโลกุตรกุศล  ๑.   การเจริญธรรมอันเป็นรูปาวจรกุศล    เป็นส่วนเลว
ก็มี   เป็นส่วนปานกลางก็มี  เป็นส่วนประณีตก็มี,  การเจริญธรรมอัน
เป็นอรูปาวจรกุศล   เป็นส่วนเลวก็มี   เป็นส่วนปานกลางก็มี   เป็นส่วน
ประณีตก็มี,  การเจริญกุศลธรรมอันไม่นับเนื่องในโลก   เป็นส่วนประณีต
อย่างเดียว.   ภาวนา  ๔    คือ   เมื่อแทงตลอดทุกขสัจ    อันเป็นการแทง
ตลอดด้วยปริญญา   ชื่อว่าเจริญอยู่  ๑   เมื่อแทงตลอดสมุทยสัจอันเป็น
การแทงตลอดด้วยปหานะ   ชื่อว่าเจริญอยู่  ๑    เมื่อแทงตลอดนิโรธสัจ
อันเป็นการแทงตลอดด้วยสัจฉิกิริยา    ชื่อว่าเจริญอยู่  ๑   เมื่อแทงตลอด
มรรคสัจอันเป็นการแทงตลอดด้วยภาวนา ชื่อว่าเจริญอยู่ ๑ ภาวนา ๔ นี้.
          [๖๙]ภาวนา  ๔  อีกประการหนึ่ง    คือ    เอสนาภาวนา   ๑
ปฏิลาภภาวนา   ๑  เอกรสาภาวนา  ๑   อาเสวนาภาวนา  ๑.
           เอสนาภาวนาเป็นไฉน ?   เมื่อพระโยคาวจรทั้งปวงเข้าสมาธิอยู่
ธรรมทั้งหลายที่เกิดในธรรมอันเป็นส่วนเบื้องต้นนั้น      มีกิจเป็นอย่าง
เดียวกัน    เพราะฉะนั้น   ภาวนานี้   จึงชื่อว่าเอสนาภาวนา .
          ปฏิลาภภาวนาเป็นไฉน ?  เมื่อพระโยคาวจรทั้งปวงเข้าสมาธิแล้ว
ธรรมทั้งหลายที่เกิดในอัปปนานั้น    ไม่เป็นไปล่วงกันและกัน    เพราะ
ฉะนั้น   ภาวนานี้    จึงชื่อว่าปฏิลาภภาวนา.
          [๗๐]เอกรสาภาวนาเป็นไฉน ?  เมื่อพระโยคาวจรเจริญสัท-
ธินทรีย์ด้วยอรรถว่าน้อมใจเชื่อ    อินทรีย์อีก  ๔  อย่าง    มีกิจอย่างเดียว
กันด้วยสามารถแห่งสัทธินทรีย์    เพราะฉะนั้น    ชื่อว่าภาวนา    ด้วย
อรรถว่าอินทรีย์ทั้งหลายมีกิจเป็นอย่างเดียวกัน   เมื่อพระโยคาวจรเจริญ
วีริยินทรีย์ด้วยอรรถว่าประคองไว้ . . . เมื่อเจริญสตินทรีย์ด้วยอรรถว่าตั้ง