๓๕๘    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๓๕๙
มั่น ... เมื่อเจริญสมาธินทรีย์ด้วยอรรถว่าไม่ฟุ้งซ่าน . . . เมื่อเจริญปัญ-
ญินทรีย์ด้วยอรรถว่าเห็น   อินทรีย์อีก ๔ อย่าง   มีกิจอย่างเดียวกันด้วย
สามารถปัญญินทรีย์   เพราะฉะนั้น   ชื่อว่าภาวนา  ด้วยอรรถว่าอินทรีย์
ทั้งหลายมีกิจเป็นอย่างเดียวกัน.
           เมื่อพระโยคาวจรเจริญสัทธาพละ        ด้วยอรรถว่าไม่หวั่นไหว
เพราะอสัทธิยะ  พละอีก  ๔  อย่าง  มีกิจอย่างเดียวกันด้วยสามารถสัทธา-
พละ    เพราะฉะนั้น    ชื่อว่าภาวนา    เพราะอรรถว่าพละทั้งหลายมีกิจ
เป็นอย่างเดียวกัน     เมื่อพระโยคาวจรเจริญวีริยพละ    ด้วยอรรถว่าไม่
หวั่นไหวเพราะโกสัชชะ. . . เมื่อพระโยคาวจรเจริญสติพละ.    ด้วยอรรถ
ว่าไม่หวั่นไหวเพราะปมาทะ . . .เมื่อพระโยคาวจรเจริญสมาธิพละ  ด้วย
อรรถว่าไม่หวั่นไหวเพราะอุทธัจจะ...เมื่อพระโยคาวจรเจริญปัญญาพละ
ด้วยอรรถว่าไม่หวั่นไหวเพราะอวิชชา     พละอีก  ๔ อย่าง      มีกิจเป็น
อย่างเดียวกันด้วยสามารถปัญญาพละ      เพราะฉะนั้น      ชื่อว่าภาวนา
ด้วยอรรถว่าพละทั้งหลายมีกิจเป็นอย่างเดียวกัน.
            เมื่อพระโยคาวจรเจริญสติสัมโพชฌงค์      ด้วยอรรถว่าตั้งมั่น
โพชฌงค์อีก  ๖  อย่าง    มีกิจเป็นอย่างเดียวกันด้วยสามารถสติสัมโพช-
ฌงค์  เพราะฉะนั้น   ชื่อว่าภาวนา   ด้วยอรรถว่าโพชฌงค์ทั้งหลายมีกิจ
เป็นอย่างเดียวกัน     เมื่อพระโยคาวจรเจริญธรรมวิจยสัมโพชฌงค์ด้วย
อรรถว่าเลือกเฟ้น ... เมื่อเจริญวีริยสัมโพชฌงค์ด้วยอรรถว่าประคองไว้...
เมื่อเจริญปีติสัมโพชฌงค์ด้วยอรรถว่า  ซาบซ่านไป. ..เมื่อเจริญปัสสัทธิ
สัมโพชฌงค์ด้วยอรรถว่าสงบ...เมื่อเจริญสมาธิสัมโพชฌงค์ด้วยอรรถว่า
ไม่ฟุ้งซ่าน...เมื่อเจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์ด้วยอรรถว่าพิจารณาหาทาง
โพชฌงค์อีก ๖ อย่าง     มีกิจเป็นอย่างเดียวกันด้วยสามารถอุเบกขาสัม-
โพชฌงค์  เพราะฉะนั้น  ชื่อว่าภาวนา   ด้วยอรรถว่าโพชฌงค์ทั้งหลาย
มีกิจเป็นอย่างเดียวกัน.
           เมื่อพระโยคาวจรเจริญสัมมาทิฏฐิด้วยอรรถว่าเห็นชอบ      องค์
มรรคอีก ๗ อย่าง  มีกิจเป็นอย่างเดียวกันด้วยสามารถสัมมาทิฏฐิ  เพราะ
ฉะนั้น  ชื่อว่าภาวนา  ด้วยอรรถว่าองค์มรรคทั้งหลายมีกิจเป็นอย่างเดียว
กัน        เมื่อพระโยคาวจรเจริญสัมมาสังกัปปะด้วยอรรถว่าตรึก . . .เมื่อ
เจริญสัมมาวาจาด้วยอรรถว่ากำหนดเอา...เมื่อเจริญสัมมากัมมันตะด้วย
อรรถว่าเป็นสมุฏฐาน ... เมื่อเจริญสัมมาอาชีวะด้วยอรรถว่าผ่องแผ้ว .. .
เมื่อเจริญสัมมาวายามะด้วยอรรถว่าประคองไว้ ...เมื่อเจริญสัมมาสติด้วย
อรรถว่าตั้งมั่น ... เมื่อเจริญสัมมาสมาธิด้วยอรรถว่าไม่ฟุ้งซ่าน  องค์มรรค
อีก ๗ อย่าง     มีกิจเป็นอย่างเดียวกันด้วยสามารถสัมมาสมาธิ    เพราะ
ฉะนั้น    ชื่อว่าภาวนาด้วยอรรถว่าองค์มรรคทั้งหลายมีกิจเป็นอย่างเดียว
กัน   ภาวนานี้   ชื่อว่าเอกรสาภาวนา.
             [๗๑]   อาเสวนาภาวนาเป็นไฉน ?  ภิกษุในธรรมวินัยนี้   ย่อม
เสพเป็นอันมากซึ่งสมาธิที่ถึงความชำนาญ     ตลอดเวลาเช้าก็ดี    ตลอด