๓๖๐    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๓๖๑
เวลาเที่ยงก็ดี    ตลอดเวลาเย็นก็ดี    ตลอดเวลาก่อนภัตก็ดี    ตลอดเวลา
หลังภัตก็ดี   ตลอดยามต้นก็ดี   ตลอดยามหลังก็ดี    ตลอดคืนก็ดี    ตลอด
วันก็ดี   ตลอดคืนและวันก็ดี    ตลอดกาฬปักษ์ก็ดี    ตลอดชุณหปักษ์ก็ดี
ตลอดฤดูฝนก็ดี   ตลอดฤดูหนาวก็ดี   ตลอดฤดูร้อนก็ดี   ตลอดส่วนวัยต้น
ก็ดี     ตลอดส่วนวัยกลางก็ดี     ตลอดส่วนวัยหลังก็ดี     ภาวนานี้ชื่อว่า
อาเสวนาภาวนา   ภาวนา ๔ ประการนี้.
           [๗๒]  ภาวนา  ๔  อีกประการหนึ่ง   คือ  ภาวนา  ด้วยอรรถว่า
ไม่ล่วงกันและกันแห่งธรรมทั้งหลายที่เกิดในภาวนานั้น  ๑   ภาวนาด้วย
อรรถว่าอินทรีย์ทั้งหลายมีกิจเป็นอย่างเดียวกัน  ๑   ภาวนาด้วยอรรถว่า
นำไปซึ่งความเพียรอันเข้าถึงธรรมนั้น ๆ ๑  ภาวนาด้วยอรรถว่าเสพเป็น
อันมาก ๑
            [๗๓]  ภาวนา      ด้วยอรรถว่าไม่ล่วงกันและกันแห่งธรรม
ทั้งหลายที่เกิดในภาวนานั้น   อย่างไร.
            เมื่อพระโยคาวจรละกามฉันทะ   ธรรมทั้งหลายที่เกิดด้วยสามารถ
เนกขัมมะย่อมไม่ล่วงกันและกัน    เพราะฉะนั้น    ชื่อว่าภาวนา   ด้วย
อรรถว่าไม่ล่วงกันและกันแห่งธรรมทั้งหลายที่เกิดในภาวนานั้น     เมื่อ
พระโยคาวจรละพยาบาท        ธรรมทั้งหลายที่เกิดด้วยสามารถความไม่
พยาบาท   ย่อมไม่ล่วงกันและกัน...เมื่อละถีนมิทธะ   ธรรมทั้งหลายที่เกิด
ด้วยสามารถอาโลกสัญญา       ย่อมไม่ล่วงกันและกัน . . . เมื่อละอุทธัจจะ
ธรรมทั้งหลายที่เกิดด้วยสามารถความไม่ฟุ้งซ่าน       ย่อมไม่ล่วงกันและ
กัน ...เมื่อละวิจิกิจฉา       ธรรมทั้งหลายที่เกิดด้วยสามารถการกำหนด
ธรรม ย่อมไม่ล่วงกันและกัน...เมื่อละอวิชชา   ธรรมทั้งหลายที่เกิดด้วย
สามารถแห่งญาณ  ย่อมไม่ล่วงกันและกัน . . . เมื่อละอวิชชา  ธรรมทั้งหลาย
ที่เกิดด้วยสามาร    ความปราโมทย์   ย่อมไม่ล่วงกันและกัน . . . เมื่อละ
นิวรณ์ทั้งหลาย     ธรรมทั้งหลายที่เกิดด้วยสามารถปฐมฌาน     ย่อมไม่
ล่วงกันและกัน ... เมื่อละวิตกและวิจารธรรมทั้งหลายที่เกิดด้วยสามารถ
ทุติยฌาน    ย่อมไม่ล่วงกันและกัน. . .เมื่อละปีติ     ธรรมทั้งหลายที่เกิด
ด้วยสามารถตติยฌาน       ย่อมไม่ล่วงกันและกัน . . . เมื่อละสุขและทุกข์
ธรรมทั้งหลายที่เกิดด้วยสามารถจตุตถฌาน    ย่อมไม่ล่วงกันและกัน . . .
เมื่อละรูปสัญญา  ปฏิฆสัญญา  นานัตตสัญญา    ธรรมทั้งหลายที่เกิดด้วย
สามารถอากาสานัญจายตนสมาบัติ       ย่อมไม่ล่วงกันและกัน . . . เมื่อละ
อากาสานัญจายตนสัญญา     ธรรมทั้งหลายที่เกิดด้วยสามารถวิญญาณัญ-
จายตนสมาบัติย่อมไม่ล่วงกันและกัน. . . เมื่อละวิญญาณัญจายตนสัญญา
ธรรมทั้งหลายที่เกิดด้วยสามารถอากิญจัญญายตนสมาบัติ   ย่อมไม่ล่วงกัน
และกัน ... เมื่อละอากิญจัญญายตนสัญญา        ธรรมทั้งหลายที่เกิดด้วย
สามารถเนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ   ย่อมไม่ล่วงกันและกัน...เมื่อ
ละนิจสัญญา     ธรรมทั้งหลายที่เกิดด้วยสามารถอนิจจานุปัสนา   ย่อม
ไม่ล่วงกันและกัน ...เมื่อละสุขสัญญา   ธรรมทั้งหลายที่เกิดด้วยสามารถ