๓๖๖    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๓๖๗
อรรถกถาภาเวตัพพนิทเทส
           [๖๗]พึงทราบวินิจฉัยในภาเวตัพพนิทเทส   ดังต่อไปนี้   บทว่า
กายคตาสติ   ได้แก่   สติสัมปยุตด้วยการมนสิการถึงอานาปานสติ   อิริ-
ยาบถ  ๔  อิริยาบถเล็กน้อย   อาการ ๓๒   ธาตุ  ๔  ป่าช้า   ๙    และการ
กำหนดสิ่งเป็นปฏิกูล  ท่านกล่าวไว้แล้วในสูตรอันว่าด้วยกายคตาสติและ
สัมปยุตด้วยรูปฌานตามสมควร.   สตินั้นท่านกล่าวว่า   กายคตา   เพราะ
ไป   คือ   เป็นไปในกายเหล่านั้น.
          บทว่า   สาตสหคตา - สติสหรคตด้วยความสำราญ  ได้แก่  ถึง
ภาวะมีเกิดขึ้นครั้งเดียวเป็นต้นกับด้วยความสำราญ   กล่าวคือ  การเสวย
สุขอันหวานชื่น.  สหคตะศัพท์ปรากฏในชินวจนะลงในอรรถ ๕ ประการ
คือ   ในตัพภาวะ - ความกำหนัดด้วยความพอใจ  ๒     ในโวกิณณะ-
ความเจือ  ๑    ในอารัมมณะ -  อารมณ์    ๑   ในนิสสยะ  -   นิสัย  ๑
ในสังสัฏฐะ - ความเกี่ยวข้อง ๑.
          ปรากฏในอรรถร่า  ตัพพภาวะ    ดังในบทนี้ว่า    ยายํ   ตณฺหา
โปโนพฺภวิกา  นนฺทิราคสหคตา - ตัณหาทำให้เกิดภพใหม่สหรคตด้วย
นันทิราคะ,   อธิบายว่า   เป็นความกำหนัดด้วยความพอใจ.    ปรากฏใน
อรรถว่า   โวกิณณะ    ดังในบทนี้ว่า   ยา   ภิกฺขเว   วีมํสา  โกสชฺช-
สหคตา  โกสชฺชสมิปยุตฺตา -  วิมังสา    สหรคตด้วยโกสัชชะ   สัมป-
ยุตด้วยโกสัชชะ,   อธิบายว่า  วีมังสาเจือด้วยโกสัชชะเกิดขึ้นในระหว่าง ๆ.
ปรากฏในบทว่า   อารัมมณะ   ดังในบทนี้ว่า   ลาภี  โหติ  รูปสหคตานํ
วา  สมาปตฺตีนํ  อรูปสหคตานํ   วา  สมาปตฺตีนํ - ผู้ได้สมาบัติสหรคต
ด้วยรูป  หรือสหรคตด้วยอรูป,  อธิบายว่า   สมาบัติอันมีรูปเป็นอารมณ์
และมีอรูปเป็นอารมณ์.    ปรากฏในอรรถว่า    นิสสยะ    ดังในบทนี้ว่า
อฏฺ€ิกสญฺญาสหคตํ   สติสมฺโพชฺฌงฺคํ   ภาเวติ - ภิกษุเจริญสติสัมโพช-
ฌงค์   หรคตด้วยอัฏฐิกสัญญา,   อธิบายว่า  เจริญอัฏฐิกสัญญา   อันมี
อัฏฐิกสัญญานอนเนื่องอยู่ในสันดานเป็นอันได้เฉพาะแล้ว.    ปรากฏใน
อรรถว่า   สังสัฏฐะ   ดังในบทนี้ว่า   อิทํ  สุขํ  อิมาย  ปีติยา  สหคตํ
โหติ   สหชาตํ  สมิปยุตฺตํ - สุขนี้สหรคต   คือเกิดร่วม  คือสัมปยุตด้วย
ปีตินี้,    อธิบายเกี่ยวข้องกัน.    แม้ในบทนี้   ท่านก็ประสงค์เอาความ
เกี่ยวข้องกัน.  เพราะสติเกี่ยวข้องด้วยความสำราญ   ท่านกล่าวว่า  สาต-
สหคตา - สหรคตด้วยความสำราญ.
          จริงอยู่     สติเกี่ยวข้องด้วยความสำราญนั้น    เว้นจตุตถฌานใน
ฌานที่เหลือย่อมเป็น  สาตสหคตา -  สหรคตด้วยความรำราญ,  แม้เมื่อ
สติสหรคตด้วยอุเบกขามีอยู่   โดยมากท่านก็กล่าวว่า  สาตสหคตา,  อีก
อย่างหนึ่ง   เพราะจตุตถฌานเป็นมูลของปุริมฌานเป็นอันท่านกล่าวถึง
สติหรคตด้วยอุเบกขาบ้าง    เพราะสหรคตด้วยความสำราญ,     ก็เมื่อ
ความสุขมีอยู่ด้วยอุเบกขา   สติจึงเป็น   สาตสหคตา   เพราะพระผู้มี-
พระภาคเจ้าตรัสไว้แล้ว    ด้วยเหตุนั้นจึงเป็นอันท่านกล่าวถึงสติสัมปยุต
ด้วยจตุตถฌานด้วย.