| บทว่า สมโถ จ วิปสฺสนา จ - สมถะและวิปัสสนา. ชื่อว่า |
| สมถะ เพราะยังธรรมที่เป็นข้าศึก มีกามฉันทะเป็นต้นให้สงบ คือให้ |
| หมดไป สมถะนี้เป็นชื่อของสมาธิ. ชื่อว่า วิปัสสนา เพราะเห็น |
| ธรรมโดยอาการหลายอย่าง โดยมีความเป็นของไม่เที่ยงเป็นต้น วิปัส- |
| สนานี้เป็นชื่อของปัญญา. ในสองบทนี้ ในทสุตตรปริยายสูตร ท่าน |
| กล่าวว่า เป็นบุพภาค, และในสังคีติปริยายสูตร ท่านกล่าวว่า เจือ |
| ด้วยโลกิยะและโลกุตระ. |
| บทว่า ตโย สมาธี - สมาธิ ๓ ได้แก่ สมาธิมีวิตกไม่มีวิจาร ๑ |
| สมาธิไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ๑ สมาธิไม่มีทั้งวิตกไม่มีทั้งวิจาร ๑. สมาธิ |
| พร้อมด้วยวิตกเป็นไปด้วยอำนาจสัมปยุตธรรม ชื่อว่า สวิตกฺโก, |
| สมาธิพร้อมด้วยวิจาร ชื่อว่า สวิจาโร. สมาธินั้น เป็นขณิกสมาธิ- |
| สมาธิชั่วขณะ เป็นวิปัสสนาสมาธิ - สมาธิเห็นแจ้ง เป็นอุปจารสมาธิ- |
| - สมาธิเฉียด ๆ ปฐมัชฌานสมาธิ - สมาธิในปฐมฌาน. ชื่อว่า อวิตกฺโก |
| เพราะสมาธิไม่มีวิตก ชื่อว่า วิจารมตฺโต เพราะในวิตกวิจาร สมาธิ |
| มีเพียงวิจารมีประมาณยิ่ง, อธิบายว่า สมาธิไม่ถึงการประกอบร่วมกัน |
| กับวิตกยิ่งกว่าวิจาร. ในปัญจกนัย สมาธินั้นเป็นสมาธิในทุติยฌาน, |
| สมาธิเว้นทั้งสองอย่างนั้น ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร. สมาธินั้น ในจตุกนัย |
| เป็นรูปาวจรสมาธิ มีทุติยฌานเป็นต้น, ในปัญจกนัยเป็นรูปาวจรสมาธิ |
| มีตติยฌานเป็นต้น. สมาธิแม้ทั้ง ๓ เหล่านี้ ก็ยังเป็นโลกิยะอยู่นั่นเอง. |
| ในสังคีติปริยายสูตร ท่านกล่าวถึงสมาธิ ๓ แม้อย่างอื่นอีก คือ สุญฺต- |