๓๗๐    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๓๗๑
                 ปัญญาในฌาน  ๒  ชื่อว่า  ปีติผรณตา   เพราะแผ่ปีติเกิดขึ้น.
                  ปัญญาในฌาน  ๓   ชื่อว่า   สุขผรณตา   เพราะแผ่สุขเกิดขึ้น.
                 เจโตปริยปัญญา - ปัญญากำหนดรู้จิต    ชื่อว่า    เจโตผรณตา
เพราะแผ่จิตแก่คนอื่นเกิดขึ้น.
                 ทิพจักขุปัญญา -  ปัญญาเกิดจากตาทิพย์  ชื่อว่า  อาโลกผรณตา
เพราะแผ่แสงสว่างเกิดขึ้น.
                 ปัจจเวกขณญาณ   ชื่อว่า  ปัจจเวกขณนิมิต.   แม้ข้อนี้ท่าน
ก็กล่าวไว้ว่า  ปัญญาในฌาน ๒  ชื่อว่า    ปีติผรณตา,   ปัญญาในฌาน  ๓
ชื่อว่า    สุขผรณตา,    ปรจิตตปัญญา   ชื่อว่า   เจโตผรณตา,   ทิพจักขุ
ปัญญา   ชื่อ   อาโลกผรณตา,   ปัจจเวกขณญาณของผู้ออกจากสมาธินั้น
ชื่อว่า   ปัจจเวกขณนิมิต.
          ปัจจเวกขณญาณนั้น   ท่านกล่าวว่า    เป็นนิมิต   เพราะถือเอา
อาการที่เป็นไปของผู้ออกจากสมาธิแล้ว.
          อนึ่ง  ในสมาธิมีองค์  ๕  นั้น   ปีติผรณตา   สุขผรณตา   ดุจเท้า
ทั้งสอง,    เจโตผรณตา   อาโลกผรณตา    ดุจมือทั้งสอง,    จตุตถฌาน
มีอภิญญาเป็นบาท  ดุจมัชฌิมกาย - กายในท่ามกลาง   ปัจจเวกขณนิมิต
ดุจศีรษะ.         ท่านพระธรรมเสนาบดีสารีบุตรเถระแสดงสัมมาสมาธิมี
องค์ ๕  เปรียบบุรุษผู้สมบูรณ์ด้วยอวัยวะน้อยใหม่.
           บทว่า   ฉ  อนุสฺสติฏฺ€านานิ - อนุสติ . สตินั่นแล  เพราะ
เกิดขึ้นบ่อย ๆ   จึงเรียกว่า   อนุสติ,   สติสมควรแก่กุลบุตรผู้บวชด้วย
ศรัทธา     เพราะเป็นไปในฐานะที่ควรเป็นไป    ชื่อว่า      อนุสติก็มี,
อนุสตินั่นแล   ชื่อว่า   อนุสติฏฐานะ  เพราะเป็นฐานแห่งปีติเป็นต้น.
        อนุสติ  ๖    เป็นไฉน ?  อนุสติ  ๖   คือ    พุทธานุสติ   ๑
ธัมมานุสติ  ๑  สังฆานุสติ  ๑  สีลานุสติ  ๑  จาคานุสติ  ๑  เทวตานุสติ ๑.
         บทว่า    โพชฌงฺคา    คือ    เพื่อการตรัสรู้,    หรือองค์แห่งการ
ตรัสรู้.  ท่านอธิบายไว้ว่า   พระอริยสาวกย่อมตรัสรู้ด้วยธรรมสามัคคี
ได้แก่   สติ  ธรรมวิจยะ  วีริยะ  ปีติ  ปัสสัทธิ   สมาธิ  และอุเบกขา  อันเป็น
ปฏิปักษ์ต่ออันตรายไม่น้อย    มีความหดหู่    ฟุ้งซ่าน   ติดแน่น    สะสม
กามสุขัลลิกานุโยค    อัตกิลมถานุโยค   อุจเฉททิฏฐิ    สัสสติทิฏฐิ   การ
ยึดมั่นเป็นต้น   อันเกิดขึ้นในขณะแห่งโลกุตรมรรค    ด้วยเหตุนั้นท่าน
จึงกล่าวว่า   โพธิ,  บทว่า  พุชฺฌติ   ย่อมตื่น   ได้แก่   ลุกจากหลับ
อันเป็นสันดานกิเลส,   หรือแทงตลอดอริยสัจ ๔.    หรือทำนิพพานให้
แจ้ง,    องค์แห่งการตรัสรู้   กล่าวคือ    ธรรมสามัคคีนั้น   ชื่อว่า   โพช-
ฌังคา  บ้าง    ดุจองค์ฌานและองค์มรรคเป็นต้น.    อริยสาวกตรัสรู้ด้วย
ธรรมสามัคคีมีประการดังกล่าวแล้ว   ท่านเรียกว่า โพธิ,  องค์แห่ง  โพธิ
นั้น  ชื่อว่า  โพชฌังคา   ดุจองค์แห่งเสนาและองค์แห่งรถเป็นต้น.  ด้วย
เหตุนั้น   พระอรรถกถาจารย์จึงกล่าวว่า   องค์แห่งบุคคลผู้ตรัสรู้   ชื่อว่า
โพชฌังคา.    อีกอย่างหนึ่ง    พึงทราบอรรถแห่งโพชฌงค์    โดยนัยมี