๓๗๘    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๓๗๙
การเจริญธรรมอันเป็นโลกิยะ    ชื่อว่า    โลกิยา.    แม้ท่านจะกล่าวว่า
การเจริญธรรมโดยโวหารก็จริง,   ถึงดังนั้น    ก็ไม่มีการเจริญแยกออก
จากธรรมเหล่านั้น.   เพราะท่านเจริญธรรมเหล่านั้นนั่นเอ   จึงเรียกว่า
ภาวนา.    บทว่า    อุติติณฺณา    แปลว่า   ข้าม.   ชื่อว่า   โลกุตฺตรา
เพราะอรรถว่า   ข้ามไปจากโลกด้วยความไม่เกี่ยวข้องโลก.
           ชื่อว่า   รูปาวจรา   เพราะอรรถว่า   ท่องเที่ยวไปในรูปอันได้แก่
รูปภพ.
            กุสล  ศัพท์  ในบทว่า  รูปาวจรกุสลานํ   นี้   ย่อมปรากฏใน
ความไม่มีโรค  ไม่มีโทษ   ฉลาดและสุขวิบาก.  ปรากฏในความไม่มีโรค
ในบทมีอาทิว่า   กจฺจิ  นุ  โภโต  กุสลํ,  กจฺจิ  โภโต  อนามยํ - พระ-
คุณเจ้าสบายดีหรือ,   มีอนามัยดีหรือ.   ปรากฏในความไม่มีโทษ  ในบท
มีอาทิอย่างนี้ว่า   ข้าแต่ท่านผู้เจริญ   ก็กายสมาจารเป็นกุศล   เป็นไฉน ?
มหาบพิตรกายสมาจารไม่มีโทษแลเป็นกุศล   และในบทมีอาทิว่า  ข้าแต่
ท่านผู้เจริญ    ข้ออื่นยังมีอยู่อีก   พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรมใน
กุศลธรรม   นั่นเป็น    อนุตริยะ      ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า.   ปรากฏใน
ความฉลาด    ในบทมีอาทิว่า     ข้าแต่ราชกุมาร     พระองค์เป็นผู้ฉลาด
ทรงสำคัญส่วนน้อยใหญ่ของรถเป็นอย่างไร,  และในบทมีอาทิว่า  หญิง
มีความสามารถ  มีความสำเหนียก  เป็นหญิงฉลาด  การฟ้อนและการ
๑. ขุ.ชา. ๒๗/๒๑๓๓. ๒. ม.ม. ๑๓/๕๕๔. ๓. ที.ปา. ๑๑/๗๕.
๔. ม.ม. ๑๓/๙๕.
ขับร้อง.    ปรากฏในสุขวิบาก   ในบทมีอาทิว่า   บุญนี้ย่อมเจริญอย่างนี้
เพราะเหตุการสมาทานกุศลธรรม๒  และในบทอาทิว่า   เพราะทำ   คือ
สะสมกุศลธรรม. กุสล   ศัพท์   ในที่นี้  ย่อมสมควรแม้ในความไม่มี
โรค   แม้ในความไม่มีโทษ   แม้ในสุขวิบาก.   ก็ในบทนี้   มีอธิบายคำ
ดังต่อไปนี้    กุจฺฉิเต  ปาปเก   ธมฺเม  สลยนฺติ  จลยนฺติ    กมฺเปนฺติ
วิทฺธํ  เสนฺตีติ   กุสลา - ธรรมเหล่านี้     ชื่อว่า   กุสล  เพราะอรรถว่า
ป้องกัน   ย่อมทำให้หวั่นไหว   ย่อมทำให้สะเทือน   ย่อมกำจัดธรรมอัน
ลามก   น่าเกลียด.  อีกอย่างหนึ่ง  บาปธรรม   ชื่อว่า   กุส   เพราะอรรถ
ว่า  ย่อมนอน   คือ  ย่อมเป็นไปโดยอาการอันน่าเกลียด.  ชื่อว่า   กุสล
เพราะอรรถว่า   ตัด    ทำลายกุสธรรมอันน่าเกลียด     อันได้แก่อกุศล
เหล่านั้น,    อีกอย่างหนึ่ง   ชื่อว่า  กุสล    เพราะทำสิ่งน่าเกลียดให้น้อย
ให้สิ้นสุด  ได้แก่   ญาณ.   ชื่อว่า  กุสล  เพราะอรรถว่า  พึงตัด  พึงยึด
คือ  พึงให้เป็นไปด้วย   กุส - ญาณนั้น.   อีกอย่างหนึ่ง  ชื่อว่า   กุสล
เพราะอรรถว่า    กุศลแม้เหล่านี้    ย่อมตัดฝ่ายที่เป็นสังกิเลสที่ถึงส่วนทั้ง
สอง   ทั้งที่เกิดและยังไม่เกิด,   เหมือนหญ้าบาดมือ   อันถึงส่วนทั้งสอง.
เพราะฉะนั้น   จึงเหมือนหญ้าคาอันบุคคลตัด  ได้แก่  การเจริญรูปาวจร
กุศลเหล่านั้น.  ที่ชื่อว่า   อรูปาวจร   เพราะท่องเที่ยวไปในอรูป    อัน
ได้แก่  อรูปภพ.  ชื่อว่า  ปริยาปนฺนา - การนับเนื่อง  เพราะอรรถว่า
๑. ขุ.ชา. ๒๘/๔๓๖. ๒. ที.ปา. ๑๑/๓๓ ๓. อภิ.สํ. ๓๔/๓๓๘.