| นับเนื่อง คือ หยั่งลงภายใน ในวัฏฏะเป็นไปในภูมิ ๓, ที่ชื่อว่า |
| อปริยาปนฺนา - การไม่นับเนื่อง เพราะอรรถว่า ไม่นับเนื่องในวัฏฏะ |
| เป็นไปในภูมิ ๓ นั้น จึงเป็น โลกุตระ. |
| หากถามว่า เพราะเหตุไรท่านจึงไม่กล่าวถึงการเจริญธรรมที่เป็น |
| กามาวจรกุศลเล่า ? ตอบว่า เพราะเมื่อการเจริญยังไม่ถึงขั้นอัปปนา |
| ท่านประสงค์เอาการเจริญในอภิธรรม ดังที่ท่านกล่าวไว้ในอภิธรรม |
| นั้นว่า |
| พระโยคาวจรไม่ได้สดับจากผู้อื่น ย่อม |
| ได้เฉพาะซึ่งขันติ ทิฏฐิ รุจิ มุติ - ความรู้ เปกขะ- |
| ความเพ่ง ธัมมนิชฌานักขันติ - ขันติคือความเพ่ง |
| ธรรม อันเป็นอนุโลมเห็นปานนี้ คือ รูป เวทนา |
| สัญญา สังขาร วิญญาณ อันเป็นกัมมสกตาญาณ |
| หรือสัจจานุโลมิกญาณ ในกัมมายตนะ สิปปายตนะ |
| วิทยฐานะ อันจัดไว้ด้วยโยคะ เป็นของไม่เที่ยง |
| นี้ท่านกล่าวว่า จินตามยปัญญา. อีกอย่างหนึ่ง |
| พระโยคาวจรได้สดับจากผู้อื่น ย่อมได้ซึ่งขันติ |
| ทิฏฐิ รุจิ มุติ เปกขะ ธัมมนิชฌานักขันติ ใน |
| กัมมายตนะอันจัดไว้ด้วยโยคะ ฯลฯ นี้ท่านกล่าวว่า |