๓๘๔    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๓๘๕
จึงชื่อว่า     ภาวนา     เพราะอรรถว่า     มีรสอย่างเดียวกันด้วยวิมุตติรส
นั่นแล.  แม้ในพละ  โพชฌงค์  และองค์มรรคก็มีนัยนี้เหมือนกัน.  อนึ่ง
บทว่า   เอกรสา   เป็นลิงควิปลาส.
              ๗๑]   บทว่า  อิธ  ภิกฺขุ   คือ  ภิกษุในศาสนานี้.   ชื่อว่า  ภิกฺขุ
เพราะอรรถว่า   เห็นภัยในสงสาร.
              ในบทมีอาทิว่า ปุพฺพณฺหสมยํ  เป็นทุติยาวิภัตติลงในอรรถแห่ง
อัจจันตสังโยค - สิ้น,   ตลอด,   แต่โดยอรรถเป็นสัตตมีวิภัตติ  มีความว่า
ในกาลก่อนแห่งวัน   คือเวลาเช้า.
              บทว่า   อาเสวติ    ได้แก่   เสพเป็นอันมาก    ซึ่งสมาธิที่ถึงความ
ชำนาญ.
              บทว่า    มชฺฌนฺติกสมยํ   ได้แก่    ในเวลากลางวัน   คือเวลา
เที่ยง.
              บทว่า   สายณฺหสมยํ   ได้แก่  ในเวลาเย็น.
              บทว่า   ปฺเรภตฺตํ   ได้แก่   ในเวลาก่อนภัตในตอนกลางวัน.
              บทว่า ปจฺฉาภตฺตํ  ได้แก่ในเวลาหลังภัตตอนกลางวัน.
              บทว่า   ปุริเมปิ   ยาเม   ได้แก่   ในยามต้นของราตรี.
              บทว่า    กาเฬ   ได้แก่   ในกาฬปักษ์ - ข้างแรม.
              บทว่า   ชุณฺเห  ได้แก่   ในศุกลปักษ์ - ข้างขึ้น.
              บทว่า   ปุริเมปิ   วโยชนฺเธ    ได้แก่   ในส่วนวัยต้น   คือปฐม
วัย.    อนึ่งใน  ๓ วัย   คนมีอายุ  ๑๐๐  ปี   ในวัยหนึ่ง ๆ   มีอายุ  ๓๓ ปี
๔  เดือน.
          ๗๒ - ๗๖]   พึงทราบวินิจฉัยในตติยภาวนาจตุกะ ดังต่อไปนี้ :-
           บทว่า   ตตฺถ  ชาตานํ   ธมฺมานํ  อนติวตฺตนฏฺเ€น-ภาวนาด้วย
อรรถว่าไม่ก้าวล่วงกันและกัน   แห่งธรรมทั้งหลายที่เกิดขึ้นในภาวนานั้น
คือ   ด้วยความไม่ก้าวล่วงกันและกัน    แห่งธรรมคู่กัน   ได้แก่     สมาธิ
และปัญญาที่เกิดขึ้นในภาวนาวิเศษ  มีเนกขัมมะเป็นต้นนั้น.
           บทว่า   อินฺทฺริยานํ  เอกรสฏฺเ€น - ภาวนาด้วยอรรถว่าอินทรีย์
ทั้งหลายมีรสอย่างเดียวกัน   คือ    ด้วยความที่อินทรีย์ทั้งหลายมีศรัทธา
เป็นต้นมีรสอย่างเดียวกัน  ด้วยวิมุตติรสเพราะพ้นจากกิเลสต่าง ๆ.
            บทว่า   ตทุปควีริยวาหนฏฺเ€น - ภาวนาด้วยอรรถว่า   นำไปซึ่ง
ความเพียรอันเข้าถึงธรรมนั้น ๆ    คือ   ด้วยการนำไปซึ่งความเพียรอัน
สมควรแก่ความที่ธรรมนั้น   มีรสเป็นอันเดียวกันไม่ก้าวล่วงกัน.
            บทว่า  อาเสวนฏฺเ€น - ภาวนาด้วยอรรถว่า  เสพเป็นอันมาก
คือ   ด้วยการเสพเป็นอันมากของการเสพที่เป็นไปในสมัยนั้น ๆ.
           บทว่า   รูปสญฺํ   ได้แก่   รูปสัญญา   กล่าวคือ   รูปาวจรฌาน
๑๕ อย่าง    ด้วยอำนาจกุศลวิบากกิริยา.    แม้รูปาวจรฌานท่านก็กล่าวว่า
รูป  ในบทมีอาทิว่า   รูปี   รูปานิ   ปสฺสติ - ผู้มีรูปย่อมเห็นรูป,   แม้
๑. ที. มหา. ๑๐/๑๐๑.