๓๘๘    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๓๘๙
            บทว่า   อปฺปฏิสงฺขํ - ความไม่พิจารณา  ได้แก่  การไม่ถืออุบาย.
            บทว่า   สญฺโคาภินิเวสํ - การยึดมั่นด้วยกิเลสเครื่องประกอบ
สัตว์   ได้แก่   ความเป็นไปแห่งกิเลสมีกามโยคะเป็นต้น.
            บทว่า    ทิฏฺเ€กฏเ€ - กิเลสที่ตั้งรวมกับทิฏฐิ    ได้แก่    ชื่อว่า
ทิฏเ€กฏฺ€า   เพราะอรรถว่า   ตั้งในที่เดียวกันกับทิฏฐิ.   ซึ่งกิเลสที่ตั้ง
รวมกันกับทิฏฐินั้น.
            ชื่อว่า   กิเลสา    เพราะกิเลสทำให้เศร้าหมอง    ให้เดือดร้อน
ให้ลำบาก.   กิเลสตั้งอยู่ในที่เดียวกัน ๒ อย่าง   คือ   ตั้งอยู่ในที่เดียวกัน
ด้วยการละ ๑      อยู่ในที่เดียวกันด้วยเกิดร่วมกัน ๑.   ชื่อว่า     ตั้งอยู่ใน
ที่เดียวกันด้วยการละเพราะละทิฏฐิ ๖๓   มีสักกายทิฏฐิเป็นประธานด้วย
โสดาปัตติมรรค.     อธิบายว่า     กิเลสทั้งหลายตั้งอยู่ในบุคคลคนเดียว.
บทนี้ท่านประสงค์เอาในที่นี้.   ในกิเลส   ๑๐ อย่าง    ในที่นี้    หมายถึง
กิเลสคือทิฏฐิเท่านั้น.   ก็ในกิเลสที่เหลือ   กิเลส. อย่าง   คือ โลภะ   ๑
โทสะ  ๑  โมหะ ๑  มานะ  ๑   วิจิกิจฉา  ๑  ถีนะ ๑  อุทธัจจะ ๑  อหิริกะ ๑
อโนตตัปะ  ๑     เป็นกิเลสทำสัตว์ให้ไปสู่อบาย        ตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับ
ทิฏฐิ   ละได้ด้วยโสตาปัตติมรรค,  กิเลสทั้งหมดนำสัตว์ไปสู่อบาย.   อีก
อย่างหนึ่ง   บรรดากิเลส  ๑,๕๐๐    มีราคะ   โทสะ   โมหะ  เป็นประธาน
เมื่อละทิฏฐิได้ด้วยโสดาปัตติมรรค         กิเลสทั้งหมดนำสัตว์ไปสู่อบาย
พร้อมกับทิฏฐิ    ย่อมละได้ด้วยการตั้งอยู่ในที่เดียวกัน  ด้วย  ปหานะ,
ในกิเลสตั้งอยู่ในทีเดียวกันโดยการเกิดร่วมกัน      มีอธิบายว่า      กิเลส
ทั้งหลายตั้งอยู่ในจิตดวงเดียวกันกับด้วยทิฏฐิ.   เมื่อละจิตอันเป็นอสังขา-
ริกะ    สัมปยุตด้วยทิฏฐิ  ๒  อย่าง   ด้วยโสดาปัตติมรรคได้   กิเลสเหล่านี้
คือ   โลภะ   โมหะ   อุทธัจจะ   อหิริกะ   อโนตตัปปะ   เกิดร่วมกันกับ
จิตเหล่านั้น   ย่อมละได้ด้วยอำนาจกิจเลสตั้งอยู่ในที่เดียวกันโดยการเกิด
ร่วมกัน.    เมื่อละจิตอันเป็นสสังขาริกที่สัมปยุตด้วยทิฏฐิ  ๒   อย่างได้
กิเลสเหล่านี้   คือ   โลภะ   โมหะ   ถีนะ  อุทธัจจะ  อหิริกะ    อโนตตัปปะ
เกิดร่วมกับจิตเหล่านั้น      ย่อมละได้ด้วยอำนาจกิเลสตั้งอยู่ในที่เดียวกัน
โดยการเกิดร่วมกัน.
             บทว่า  โอฬาริเก   กิเลเส - กิเลสอย่างหยาบ   ได้แก่   ถามราคะ
พยาบาทอันเป็นกิเลสอย่างหยาบ.
             บทว่า    อณุสหคเต    กิเลเส - กิเลสอย่างละเอียด     ได้แก่
กามราคะพยาบาทอันเป็นกิเลสอย่างละเอียด.
             บทว่า   สพฺพกิเลเส  ได้แก่  กิเลสที่เหลือละได้ด้วยมรรคที่  ๓.
             บทว่า     วีริยํ     วาเหติ - ย่อมนำไปซึ่งความเพียร     ความว่า
พระโยคาวจรยังความเพียรให้เป็นไป.   ท่านกล่าวถึงเอสนาภาวนา  ปฏิ-
ลาภเทสนา    เอกรสาภาวนา    อาเสวนาภาวนา    ในหนหลังเพื่อแสดง
ถึงความต่างกันแห่งภาวนาทั้งหลายว่า    ภาวนาเป็นอย่างนี้   เพื่อแสดง
เหตุแห่งภาวนา   ท่านจึงกล่าวคำทั้งหลายว่า  ชื่อว่า  ภาวนาด้วยอรรถว่า
ไม่ก้าวล่วงธรรมที่เกิดในภาวนานั้น    ด้วยอรรถว่าอินทรีย์ทั้งหลายมีรส
อย่างเดียวกัน        ด้วยอรรถว่านำไปซึ่งความเพียรอันเข้าถึงธรรมนั้น ๆ