๓๙    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๔๐
๒. อรรถกถาสีลมยญาณุทเทส
ว่าด้วย  สีลมยญาณ
         คำว่า   สุตฺวาน   สํวเร  ปญฺา   ความว่า :-
                   ธรรม  ๕  ประการเหล่านี้   คือ  ปาฏิโมกข์ ๑
        สติ ๑  ญาณ  ๑  ขันติ  ๑  และ   วิริยะ  ๑    ท่าน
         แสดงว่าสังวร.
         สังวรที่มาแล้วโดยนัยเป็นต้นว่า
                   เป็นผู้เข้าถึง,   เข้าถึงพร้อม,   เข้ามา,   เข้า
         มาพร้อม,     ถึงแล้ว,    ถึงพร้อมแล้ว,    ประกอบ
         พร้อมแล้ว   ด้วยปาฏิโมกขสังวรนี้  ชื่อว่า   ปาฏิ-
         โมกขสังวร.
         สังวรที่มาแล้วโดยนัยเป็นต้นว่า
                   ภิกษุเห็นรูปด้วยจักษุแล้ว       ไม่ถือนิมิต
         ไม่ถืออนุพยัญชนะ,    เธอย่อมปฏิบัติ     เพื่อสำรวม
         จักขุนทรีย์       เมื่อไม่สำรวมแล้ว     จะเป็นเหตุให้
         อกุศลธรรมอันลามก   คืออภิชฌาและโทมนัส
๑. อภิ.วิ.๓๕/๖๐๒.
         ครอบงำนั้น    ชื่อว่า   รักษาจักขุนทรีย์,   ชื่อว่า
         ถึงความสำรวมในจักขุนทรีย์   ชื่อว่า  สติสังวร.
         สังวรที่มาแล้วโดยนัยเป็นต้นว่า
                   กระแสทั้งหลายเหล่าใดในโลก    มีอยู่,
         สติเป็นเครื่องกั้นกระแสเหล่านั้น     เรากล่าวสติว่า
         เป็นเครื่องกั้นกระแสทั้งหลาย,     กระแสเหล่านั้น
         อันบัณฑิตย่อมปิดได้ด้วยปัญญา    ดังนี้
ชื่อว่า  ญาณสังวร.
         สังวรที่มาแล้วโดยนัยเป็นต้นว่า
                   ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย   ภิกษุในธรรมวินัย
         นี้   พิจารณาโดยแยบคายแล้ว   เสพจีวร   ดังนี้
ชื่อว่า   ปัจจยปฏิเสวนาสังวร,   ปัจจยปฏิเสวนาสังวรแม้นั้น  ท่าน
สงเคราะห์ด้วยญาณสังวรนั้นแล.
         สังวรที่มาแล้วโดยนัยเป็นต้นว่า
                   เป็นผู้อดกลั้นต่อ   หนาว   ร้อน    หิว
         ระหาย   สัมผัสแห่งเหลือบ   ยุง   ลม   แดด  และ
         สัตว์เลื้อยคลานเป็นผู้มีชาติแห่งผู้อดกลั้นต่อถ้อย
         คำที่ผู้อื่นกล่าวชั่วร้ายแรง      ต่อเวทนาที่มีอยู่ในตัว
๑. ที.สี. ๙/๑๒๒. ๒. ขุ.ส. ๒๕/๔๒๕. ๓. ม.มู. ๑๒/๑๔.