๔๑    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๔๒
         ซึ่งบังเกิดขึ้นเป็นทุกข์  กล้า  แข็ง เผ็ดร้อน  ไม่
         เป็นที่ยินดี    ไม่เป็นที่ชอบใจ   อันจะคร่าชีวิตเสีย
         ได้  ดังนี้
ชื่อว่า   ขันติสังวร.
         สังวรที่มาแล้วโดยนัยเป็นต้นว่า
                   ภิกษุ  ย่อมอดกลั้น  ย่อมละ   ย่อมบรรเทา
         กามวิตกที่เกิดขึ้นแล้ว.      ย่อมกระทำให้สิ้นสูญไป
         ให้ถึงความไม่มี ดังนี้
ชื่อว่า   วิริยสังวร.
         สังวรที่มาแล้วโดยนัยเป็นต้นว่า
                   พระอริยสาวกในพระศาสนานี้   ละ
         มิจฉาอาชีวะเสียแล้ว  สำเร็จชีวิตอยู่ด้วยสัมมา-
         อาชีวะ  ดังนี้
ชื่อว่า   อาชีวปาริสุทธิสังวร,    อาชีวปาริสุทธิสังวร    แม้นั้น    ท่าน
สงเคราะห์ด้วยวิริยสังวรนั่นแล.
         ในสังวร  ๗  เหล่านั้น   สังวร  ๔  คือ   ปาฏิโมกขสังวร,   อิน-
ทริยสังวร,   อาชีวปาริสุทธิสังวร,    และปัจจัยปฏิเสวนาสังวร     ท่าน
ประสงค์เอาในที่นี้,  และในสังวร  ๔  เหล่านั้น  ปาฏิโมกขสังวร  ท่าน
๑. ม.มู. ๑๒/๓๕. ๒. ม.ม. ๑๒/๑๗. ๓. สํ.มหา ๑๙.
ประสงค์เอาเป็นพิเศษ.   ก็สังวรนี้แม้ทั้งหมดท่านเรียกว่า  สังวร  เพราะ
กั้นทุจริตทั้งหลายมีกายทุจริตเป็นต้น     ที่จำต้องสังวรตามธรรมดาของ
ตน.
         ปัญญาของกุลบุตรผู้ฟังธรรมตามที่กล่าวแล้วในสุตมยญาณแล้ว
สังวรอยู่   ทำการสังวร   เป็นไปแล้วในการสังวรนั้น    สัมปยุตกับสังวร
นั้น   ท่านกล่าวแล้วว่า   สุตฺวาน  สํวเร  ปญฺา.   อีกอย่างหนึ่งมีความ
ว่า     ปัญญาในการสังวรเพราะมีการฟังเป็นเหตุบ้าง        เพราะมีคำว่า
เหตุอตฺเถ   สุตฺวา   ฟังเหตุและผลปรากฏอยู่ด้วย.
         บทว่า   สีลํ   ในคำนี้ว่า   สีลมเย  าณํ   ความว่า   ชื่อว่า
ศีลเพราะอรรถว่าสำรวม,    ชื่อว่า    การสำรวมนี้     อย่างไร ?   คือการ
ตั้งมั่น,     อธิบายว่า    ความเป็นกายกรรมเป็นต้นไม่เกลื่อนกล่นด้วย
สามารถแห่งความเป็นผู้สำรวมด้วยดี.  หรือความเข้าไปตั้งมั่น,  อธิบายว่า
ความที่แห่งกุศลธรรมทั้งหลายเป็นที่รองรับด้วยสามารถเป็นที่ตั้ง.
         ก็ในศีลนี้   นักปราชญ์ผู้รู้ลักษณศัพท์    รับรู้ตาม ๆ   กันมาซึ่ง
อรรถะทั้ง ๒ นี้เท่านั้น.   แต่อาจารย์พวกอื่นพรรณนาว่า   ชื่อว่า   ศีล
เพราะอรรถว่าเสพยิ่ง   เพราะอรรถว่าเป็นที่รองรับ   เพราะอรรถว่าเป็น
ปกติ  เพราะอรรถว่าเป็นศีรษะ    เพราะอรรถว่าเย็น    เพราะอรรถว่า
เกษม.