๔๒    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๔๓
ประสงค์เอาเป็นพิเศษ.   ก็สังวรนี้แม้ทั้งหมดท่านเรียกว่า  สังวร  เพราะ
กั้นทุจริตทั้งหลายมีกายทุจริตเป็นต้น     ที่จำต้องสังวรตามธรรมดาของ
ตน.
         ปัญญาของกุลบุตรผู้ฟังธรรมตามที่กล่าวแล้วในสุตมยญาณแล้ว
สังวรอยู่   ทำการสังวร   เป็นไปแล้วในการสังวรนั้น    สัมปยุตกับสังวร
นั้น   ท่านกล่าวแล้วว่า   สุตฺวาน  สํวเร  ปญฺา.   อีกอย่างหนึ่งมีความ
ว่า     ปัญญาในการสังวรเพราะมีการฟังเป็นเหตุบ้าง        เพราะมีคำว่า
เหตุอตฺเถ   สุตฺวา   ฟังเหตุและผลปรากฏอยู่ด้วย.
         บทว่า   สีลํ   ในคำนี้ว่า   สีลมเย  าณํ   ความว่า   ชื่อว่า
ศีลเพราะอรรถว่าสำรวม,    ชื่อว่า    การสำรวมนี้     อย่างไร ?   คือการ
ตั้งมั่น,     อธิบายว่า    ความเป็นกายกรรมเป็นต้นไม่เกลื่อนกล่นด้วย
สามารถแห่งความเป็นผู้สำรวมด้วยดี.  หรือความเข้าไปตั้งมั่น,  อธิบายว่า
ความที่แห่งกุศลธรรมทั้งหลายเป็นที่รองรับด้วยสามารถเป็นที่ตั้ง.
         ก็ในศีลนี้   นักปราชญ์ผู้รู้ลักษณศัพท์    รับรู้ตาม ๆ   กันมาซึ่ง
อรรถะทั้ง ๒ นี้เท่านั้น.   แต่อาจารย์พวกอื่นพรรณนาว่า   ชื่อว่า   ศีล
เพราะอรรถว่าเสพยิ่ง   เพราะอรรถว่าเป็นที่รองรับ   เพราะอรรถว่าเป็น
ปกติ  เพราะอรรถว่าเป็นศีรษะ    เพราะอรรถว่าเย็น    เพราะอรรถว่า
เกษม.
                   ศีลนั้น  แม้จะมีประเภทต่าง ๆ  หลายอย่าง
         ก็มีการสำรวมเป็นลักษณะ     เหมือนรูปมีประเภท
         ต่าง ๆ  เป็นอันมาก    ก็มีการเห็นได้ด้วยตาเป็น
         ลักษณะ  ฉะนั้น.
         เหมือนอย่างว่า     ความที่รูปายตนะแม้มีประเภทต่าง ๆ    เป็น
อันมาก   โดยประเภทแห่งสีมีสีเขียวและสีเหลืองเป็นต้น.    ก็มีการเห็น
ได้ด้วยตาเป็นลักษณะ  เพราะไม่ก้าวล่วงความที่แห่งรูปายตนะมีประเภท
ต่าง ๆ    โดยประเภทแห่งสีมีสีเขียวเป็นต้น     ก็เป็นรูปายตนะที่เห็นได้
ด้วยตาฉันใด,    ความสำรวมแห่งศีลแม้มีประเภทต่าง ๆ    หลายอย่าง
โดยประเภทแห่งวิรัติมีเจตนาวิรัติเป็นต้น   ท่านกล่าวแล้วว่าเป็นที่รองรับ
กายกรรมเป็นต้น    และเป็นที่ตั้งแห่งกุศลธรรมนี้ได้,    การสำรวมนั้น
นั่นแหละเป็นลักษณะของศีลแม้มีประเภทต่าง  ๆ หลายอย่างโดยประเภท
แห่งวิรัติมีเจตนาวิรัติเป็นต้น   เพราะไม่ก้าวล่วงความเป็นที่รองรับและ
เป็นที่ตั้ง.
                   ก็  การกำจัดความเป็นผู้ทุศีล  และคุณ
         คือความไม่มีโทษ  ท่านเรียกว่า  เป็นรส  เพราะ
         อรรถว่าเป็นกิจและสมบัติ   ของศีลนั้นมีลักษณะ
         ดังที่ได้กล่าวมาแล้วอย่างนี้.
๑. หมายเอารูปารมณ์