๔๓    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๔๔
                   ศีลนั้น  แม้จะมีประเภทต่าง ๆ  หลายอย่าง
         ก็มีการสำรวมเป็นลักษณะ     เหมือนรูปมีประเภท
         ต่าง ๆ  เป็นอันมาก    ก็มีการเห็นได้ด้วยตาเป็น
         ลักษณะ  ฉะนั้น.
         เหมือนอย่างว่า     ความที่รูปายตนะแม้มีประเภทต่าง ๆ    เป็น
อันมาก   โดยประเภทแห่งสีมีสีเขียวและสีเหลืองเป็นต้น.    ก็มีการเห็น
ได้ด้วยตาเป็นลักษณะ  เพราะไม่ก้าวล่วงความที่แห่งรูปายตนะมีประเภท
ต่าง ๆ    โดยประเภทแห่งสีมีสีเขียวเป็นต้น     ก็เป็นรูปายตนะที่เห็นได้
ด้วยตาฉันใด,    ความสำรวมแห่งศีลแม้มีประเภทต่าง ๆ    หลายอย่าง
โดยประเภทแห่งวิรัติมีเจตนาวิรัติเป็นต้น   ท่านกล่าวแล้วว่าเป็นที่รองรับ
กายกรรมเป็นต้น    และเป็นที่ตั้งแห่งกุศลธรรมนี้ได้,    การสำรวมนั้น
นั่นแหละเป็นลักษณะของศีลแม้มีประเภทต่าง  ๆ หลายอย่างโดยประเภท
แห่งวิรัติมีเจตนาวิรัติเป็นต้น   เพราะไม่ก้าวล่วงความเป็นที่รองรับและ
เป็นที่ตั้ง.
                   ก็  การกำจัดความเป็นผู้ทุศีล  และคุณ
         คือความไม่มีโทษ  ท่านเรียกว่า  เป็นรส  เพราะ
         อรรถว่าเป็นกิจและสมบัติ   ของศีลนั้นมีลักษณะ
         ดังที่ได้กล่าวมาแล้วอย่างนี้.
๑. หมายเอารูปารมณ์
         เพราะฉะนั้น     ธรรมดาว่าศีลนี้    บัณฑิตพึงทราบว่า    มีการ
กำจัดความเป็นผู้ทุศีลเป็นรส  เพราะรสมีอรรถว่ากิจ,    มีความไม่มีโทษ
เป็นรส   เพราะรสมีอรรถว่าสมบัติ.
                   ศีลนี้นั้น   วิญญูชนทั้งหลายพรรณนาไว้ว่า
         มีความสะอาดเป็นปัจจุปัฏฐาน     มีโอตตัปปะและ
         หิริเป็นปทัฏฐานของศีลนั้น.
         ศีลนี้นั้น   มีความสะอาดเป็นปัจจุปัฏฐานตามที่พระผู้มีพระภาค-
เจ้าตรัสไว้อย่างนี้ว่า
         ความสะอาดกาย,     ความสะอาดวาจา,      ความสะอาดใจ๑
ย่อมถึงซึ่งความนับว่า    ปรากฏโดยความเป็นของสะอาด.   ส่วน    หิริ
และโอตตัปปะ     วิญญูชนทั้งหลายพรรณนาไว้ว่าเป็นปทัฏฐานของศีล
นั้น,   อธิบายว่า   เป็นเหตุใกล้.  เพราะเมื่อหิริและโอตตัปปะมีอยู่   ศีล
ก็ย่อมเกิดขึ้นและตั้งอยู่,  เมื่อหิริและโอตตัปปะไม่มี   ศีลก็ย่อมไม่เกิดขึ้น
และไม่ตั้งอยู่ฉะนั้น  ญาณที่สหรคตด้วยศีล   สัมปยุตด้วยศีลนั้น   โดย
วิธีที่กล่าวมาแล้วอย่างนี้  ชื่อว่า  สีลมเย   าณํ.    อีกอย่างหนึ่ง    ศีล
นั่นแหละสำเร็จแล้ว    ชื่อว่า    สีลมัย,    ญาณในสีลมัยนั้น   คือสัมปยุต
ด้วยศีลมัยนั้น.
๑. ที.ปา. ๑๑/๒๒๘.