๔๓๔    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๔๓๕
          ในบททั้งสองนั้น     เพราะอายุของผู้มีชราย่อมเสื่อม    ฉะนั้น
ท่านจึงกล่าวชรา    โดยผลูปจารนัย - โดยมุ่งผลว่า   อายุใน   สํหานิ-
ความเสื่อมแห่งอายุ   ดังนี้.  อนึ่ง ในเวลาเป็นหนุ่มอินทรีย์มีจักษุเป็นต้น
แจ่มใสดี   สามารถจะรับวิสัยของตนแม้สุขุมได้โดยง่ายทีเดียว   ครั้นถึง
ชราก็แก่หง่อม   ขุ่นมัว   หดหู่  ไม่สามารถจะรับวินัยของตนได้,  ฉะนั้น
ท่านจึงกล่าวโดยมุ่งผลว่า   อินฺทฺริยานํ  ปริปาโก - ความแก่แห่งอินทรีย์
ทั้งหลาย.    ท่านชี้แจงชราไว้อย่างนี้    แม้ชราทั้งหมดก็มี   ๒ อย่าง   คือ
ปรากฏ ๑   ปกปิด ๑.
          ในชราเหล่านั้น  ชราในรูปธรรมมีฟันเป็นต้น  เป็นชราปรากฏ
เพราะแสดงความเป็นผู้มีฟันหักเป็นต้น,   ส่วนชราในอรูปธรรม   ชื่อว่า
ชราปกปิด   เพราะไม่แสดงความผิดปรกติเช่นนั้น.
         ในชราปรากฏนั้น  ความที่ฟันหักเป็นต้น  ย่อมปรากฏเป็นชนิด
ของฟันเป็นต้นเช่นนั้นเอง.  บุคคลเห็นความที่ฟันหักเป็นต้นนั้นด้วยตา
แล้วคิดด้วยมโนทวารว่า     ฟันเหล่านี้ถูกชราทำลายเสียแล้ว     จึงรู้ชรา
เหมือนแลดูเขาโคเป็นต้น    ที่เขาผูกไว้ในที่มีน้ำแล้วรู้ว่า    ข้างล่างมีน้ำ
ยังมี    ชรา    อีก ๒ อย่าง   คือ   สวีจิชรา - ชรารู้ง่าย ๑    อวีจิชรา-
ชรารู้ยาก ๑.
           ในชรา ๒ อย่างนั้น   ชรา    ชื่อว่า    อวีจิชรา    เพราะรู้ความ
แตกต่างของชนิดในระหว่าง ๆ   มีแก้วมณี  ทอง    เงิน    แก้วประพาฬ
ดวงจันทร์     ดวงอาทิตย์เป็นต้นได้ยาก     เหมือนรู้สัตว์มีชีวิในจำพวก
มันททสกะ  -  วัยอ่อน  ๑๐  ขวบเป็นต้นได้ยาก.     และเหมือนรู้ยิ่งไม่มี
ชีวิตในจำพวก  ดอกไม้  ผลไม้และใบไม้เป็นต้นได้ยากฉะนั้น.  อธิบาย
ว่า   ได้แก่   นิรันตรชรา  - ชราติดต่อกันไป.    เมื่อกล่าวโดยประการอื่น
จากนั้น  ชรา  ชื่อว่า  สวีจีชรา   เพราะรู้ความแตกต่างของชนิดเป็นต้น
 ในระหว่าง ๆ  ได้ง่าย.
           ในชรา ๒ อย่างนั้น  สวีจิชรา  พึงทราบอย่างนี้   ด้วยอำนาจ
ของอุปาทินนกะและอนุปาทินนกะ     ฟันน้ำมันย่อมขึ้นแก่เด็กเล็กเป็น
ครั้งแรก    แต่ฟันน้ำมันเหล่านั้นไม่มั่นคง.  เมื่อฟันน้ำมันหลุดไป  ฟัน
ก็ขึ้นอีก     ฟันเหล่านั้นครั้งแรกเป็นสีขาว,    ครั้นถูกลมชรากระทบ   ก็
กลายเป็นสีดำ.    ผมครั้งแรกเป็นสีแดง,   จากนั้นก็เป็นสีดำ,    จากนั้น
ก็เป็นสีขาว.    ผิวก็มีเลือดฝาด.    เมื่อเจริญขึ้น ๆ   ส่วนที่สีขาวก็ผ่องใส,
ส่วนที่สีดำก็ปรากฏเป็นสีดำ,    เมื่อถูกลมชรากระทะ      ก็มีรอยย่น.
ข้าวกล้าในเวลาหว่านก็เป็นสีขาว     ภายหลังก็เป็นสีเขียว,   เมื่อถูกลม
ชรากระทบก็เป็นสีเหลือง.   ควรแสดงถึงพืชต้นมะม่วงบ้าง.
           พึงทราบวินิจฉัยในมรณนิทเทสดังต่อไปนี้.  บทว่า   จุติ  ท่าน
กล่าวด้วยอำนาจการเคลื่อน.       บทนี้เป็นคำกล่าวถึงความเสมอกันของ
ขันธ์ ๑ ขันธ์  ๔  และขันธ์  ๕.
            บทว่า   จวนตา - ความเคลื่อน  เป็นบทชี้ถึงลักษณะ  โดยกล่าว
ถึงภาวะ.