| เหล่านั้นเป็นไฉน ? ตอบว่า อุปาทานขันธ์ คือ รูปนั่นเอง เพราะ |
| เหตุนั้น จึงชื่อว่า รูปูปาทานกฺขนฺโธ. แม้ในบทที่เหลือก็มีนัยนี้ |
| เหมือนกัน. |
| จบ อรรถกถาทุกขสัจนิทเทส |
| สมุทยสัจนิทเทส |
| [๘๓]ในจตุราริยสัจนั้น ทุกขสมุทยอริยสัจเป็นไฉน ตัณหา |
| นี้ใดอันให้เกิดในภพใหม่ สหรคตด้วยนันทิราคะ อันเพลิดเพลินใน |
| อารมณ์นั้น ๆ คือ กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา ก็ตัณหานี้นั้นแล |
| เมื่อเกิดย่อมเกิดที่ไหน เมื่อตั้งอยู่ย่อมตั้งอยู่ที่ไหน สิ่งใดเป็นที่รักที่ |
| ยินดีในโลก ตัณหานั้นเมื่อเกิดย่อมเกิดในสิ่งนั้น เมื่อตั้งอยู่ก็ตั้งอยู่ใน |
| สิ่งนั้น ก็สิ่งอะไรเล่าเป็นที่รักที่ยินดีในโลก จักษุเป็นที่รักที่ยินดีใน |
| โลก ตัณหานั้นเมื่อเกิดย่อมเกิดที่จักษุนั้น เมื่อตั้งอยู่ก็ตั้งอยู่ที่จักษุนั้น |
| โสตะ...ฆานะ...ชิวหา...กายะ... มานะ เป็นที่รักที่ยินดีในโลก ตัณหานั้น |
| เมื่อเกิดย่อมเกิดที่ใจนั้น เมื่อตั้งอยู่ย่อมตั้งอยู่ที่ใจนั้น รูปทั้งหลายเป็น |
| ที่รักที่ยินดีในโลก ตัณหานั้นเมื่อเกิดย่อมเกิดที่รูปนั้น เมื่อตั้งอยู่ก็ตั้ง |
| อยู่ที่รูปนั้น เสียง ฯลฯ ธรรมารมณ์...จักษุวิญญาณ ฯลฯ จักษุ |
| สัมผัส ฯลฯ มโนสัมผัส เวทนาที่เกิดแต่จักษุสัมผัส ฯลฯ เวทนา |
| ที่เกิดแต่มโนสัมผัส รูปสัญญา ฯลฯ ธรรมสัญญา รูปสัญเจตนา |