| มีคำอธิบายว่า การวาง การตั้ง ซึ่งจิตและเจตสิกไว้ในอารมณ์เดียว |
| โดยชอบด้วยดี เพราะฉะนั้น จิตและเจตสิก ไม่ฟุ้งไป ไม่เกลื่อน |
| กล่น ตั้งอยู่โดยชอบด้วยดีในอารมณ์เดียว ด้วยอานุภาพแห่งธรรมใด, |
| คำที่กล่าวมาแล้วนี้พึงทราบว่าเป็น สมาธาน. |
| ก็ความไม่ฟุ้งซ่านเป็นลักษณะ การกำจัด |
| ความฟุ้งซ่านเป็นรส การไม่หวั่นไหวเป็น |
| ปัจจุปัฏฐาน และมีความสุขเป็นปทัฏฐานของ |
| สมาธินั้นแล. |
| ธรรมชาติใด อันพระโยคีบุคคลอบรมอยู่ เจริญอยู่ ฉะนั้น |
| ธรรมชาตินั้น ชื่อว่า ภาวนา, ภาวนาคือสมาธิ ชื่อว่า สมาธิภาวนา, |
| อีกอย่างหนึ่ง การอบรมการเจริญซึ่งสมาธิ ชื่อว่า สมาธิภาวนา. ห้าม |
| ภาวนาอื่นด้วยคำว่า สมาธิภาวนา. ญาณอันสำเร็จด้วยสมาธิภาวนา |
| ด้วยสามารถแห่งอุปจารสมาธิและอัปปนาสมาธิดุจในก่อน. |
| |
| ๔. อรรถกถาธัมมัฏฐิติญาณุทเทส |
| ว่าด้วย ธรรมฐิติญาณ |
| ชื่อว่าปัจจัย ในคำนี้ว่า ปจฺจยปริคฺคเห ปญฺา มีวจนัตถะ |
| ว่า ผลย่อมอาศัยธรรมนั้นเกิด ฉะนั้น ธรรมนั้นชื่อว่า ปัจจัย. |