| คำว่า ปฏิจฺจ ได้แก่ ไม่เว้นจากธรรมที่เป็นปัจจัยนั้น อธิบาย |
| ว่า ไม่บอกคืน. บทว่า เอติ ความว่า ย่อมเกิดขึ้นด้วย ย่อมเป็นไป |
| ด้วย. อีกอย่างหนึ่ง มีความว่าอุปการะ มีอรรถว่าเป็นแดนเกิด, ปัญญา |
| ในการกำหนดคือกำหนดได้ซึ่งปัจจัยทั้งหลาย เพราะปัจจัยนั้นมีมาก |
| อย่าง ชื่อว่า ปจฺจยปริคฺคเห ปญฺา แปลว่า ปัญญาเป็นเครื่อง |
| กำหนดปัจจัย. |
| ธมฺมศัพท์ ในบทว่า ธมฺมฏฺิติาณํ นี้ ย่อมปรากฏใน |
| อรรถว่า สภาวะ, ปัญญา, บุญ, บัญญัติ, อาบัติ, ปริยัติ, นิสสัตตตา, |
| วิการ, คุณ, ปัจจัย, ปัจจยุปบันเป็นต้น. |
| ก็ ธมฺมศัพท์นี้ ย่อมปรากฏในอรรถว่าสภาวะ ได้ในติกะว่า |
| กุสลา ธมฺมา สภาวธรรมทั้งหลายที่เป็นกุศล, อกุสลา ธมฺมา |
| สภาวธรรมทั้งหลายที่เป็นอกุศล, อพฺยากตา ธมฺมา สภาวธรรม |
| ทั้งหลายที่เป็นอัพยากตะ๑. |
| ธมฺมศัพท์ ย่อมปรากฏในอรรถว่า ปัญญา ได้ในคำเป็นต้นว่า |
| บุคคลใดผู้อยู่ครองเรือนประกอบด้วย |
| สัทธา มีธรรม ๔ ประการเหล่านี้ คือ สัจจะ, |
|
|
| ธรรมะ, ธิติ, และจาคะ บุคคลนั้นแล ละโลกนี้ |
| ไปแล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก๑ ดังนี้. |
| ธมฺมศัพท์ ย่อมปรากฏในอรรถว่า บุญ ได้ในคำเป็นต้นว่า |
| ธรรมและอธรรมทั้ง ๒ นี้ มีผลเสมอกัน |
| หามิได้เลย อธรรมย่อมนำไปนรก ธรรมย่อมให้ถึง |
| สุคติ๒ ดังนี้. |
| ธมฺมศัพท์ ย่อมปรากฏในอรรถว่า บัญญัติ ได้ในคำเป็นต้นว่า |
| บัญญัติธรรม, นิรุตติธรรม, อธิวจนธรรม๓ ดังนี้. |
| ธมฺมศัพท์ ย่อมปรากฏในอรรถว่า อาบัติ ได้ในคำเป็นต้นว่า |
| ธรรมคือปราชิก, ธรรมคือสังฆาทิเสส๔ ดังนี้. |
| ธมฺมศัพท์ ย่อมปรากฏในอรรถว่า ปริยัติ ได้ในคำเป็นต้นว่า |
| ภิกษุในธรรมวินัย ย่อมเรียนธรรมคือสุตตะ, เคยยะ เวยยา- |
| กรณะ๕ดังนี้. |
| ธมฺมศัพท์ ปรากฏในอรรถว่า นิสสัตตตา-ความไม่มีสัตว์ ได้ใน |
| คำเป็นต้นว่า |
| ก็สมัยนั้นแล ธรรมทั้งหลาย ย่อมมี,๖และในคำเป็นต้นว่า |
| พระโยคีบุคคล ตามพิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลาย อยู่๗ ดังนี้. |
|
|
|
|