| ธรรมะ, ธิติ, และจาคะ บุคคลนั้นแล ละโลกนี้ |
| ไปแล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก๑ ดังนี้. |
| ธมฺมศัพท์ ย่อมปรากฏในอรรถว่า บุญ ได้ในคำเป็นต้นว่า |
| ธรรมและอธรรมทั้ง ๒ นี้ มีผลเสมอกัน |
| หามิได้เลย อธรรมย่อมนำไปนรก ธรรมย่อมให้ถึง |
| สุคติ๒ ดังนี้. |
| ธมฺมศัพท์ ย่อมปรากฏในอรรถว่า บัญญัติ ได้ในคำเป็นต้นว่า |
| บัญญัติธรรม, นิรุตติธรรม, อธิวจนธรรม๓ ดังนี้. |
| ธมฺมศัพท์ ย่อมปรากฏในอรรถว่า อาบัติ ได้ในคำเป็นต้นว่า |
| ธรรมคือปราชิก, ธรรมคือสังฆาทิเสส๔ ดังนี้. |
| ธมฺมศัพท์ ย่อมปรากฏในอรรถว่า ปริยัติ ได้ในคำเป็นต้นว่า |
| ภิกษุในธรรมวินัย ย่อมเรียนธรรมคือสุตตะ, เคยยะ เวยยา- |
| กรณะ๕ดังนี้. |
| ธมฺมศัพท์ ปรากฏในอรรถว่า นิสสัตตตา-ความไม่มีสัตว์ ได้ใน |
| คำเป็นต้นว่า |
| ก็สมัยนั้นแล ธรรมทั้งหลาย ย่อมมี,๖และในคำเป็นต้นว่า |
| พระโยคีบุคคล ตามพิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลาย อยู่๗ ดังนี้. |
|
|
|
|
| ธมฺมศัพท์ ปรากฏในอรรถว่า วิการ - ธรรมชาติที่ผันแปร ได้ใน |
| คำเป็นต้นว่า |
| ชาติธรรม ชราธรรม มรณธรรม๑ ดังนี้. |
| ธมฺมศัพท์ ปรากฏในอรรถว่า คุณ ได้ในคำเป็นต้นว่า |
| พุทธธรรม ๖๒ ... ดังนี้. |
| ธมฺมศัพท์ ปรากฏในอรรถว่า ปัจจัย ได้ในคำเป็นต้นว่า |
| ความรู้แตกฉานในเหตุ ชื่อว่า ธัมมปฏิสัมภิทา๓ ดังนี้. |
| ธมฺมศัพท์ ปรากฏในอรรถว่า ปัจจยุปบัน ได้ในคำเป็นต้นว่า |
| ธาตุนั้น ตั้งอยู่แล ชื่อว่า ธรรมฐิติ ธรรมนิยาม๔ ดังนี้. |
| ธมฺมศัพท์นี้นั้น พึงเห็นว่าลงในอรรถว่า ปัจจยุปบัน แปลว่า ธรรม |
| ที่เกิดแต่ปัจจัย. โดยอรรถท่านเรียกว่าธรรมะ เพราะทรงไว้ซึ่งสภาวะ |
| ของตน, หรือ อันปัจจัยทรงไว้, หรือ ย่อมทรงไว้ซึ่งผลของตน. |
| หรือ ผู้ใดบำเพ็ญธรรมให้บริบูรณ์ก็ทรงผู้นั้นไว้ ไม่ให้ตกไปในอบาย |
| ทั้งหลาย, หรือทรงไว้ในลักษณะของตน ๆ. หรือว่าย่อมตั้งลงไว้ได้ |
| ด้วยจิต, ตามสมควร. แต่ในที่นี้ ชื่อว่า ธรรม เพราะอรรถว่า อัน |
| ปัจจัยทั้งหลายของตน ทรงไว้, ธรรมทั้งหลายอาศัยปัจจัยเกิดขึ้น ย่อม |
| ตั้งขึ้น คือ ย่อมเกิดขึ้นด้วย ย่อมเป็นไปด้วยธรรมชาติใด ฉะนั้น |
|
|
|