| พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นทรงแสดง กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน |
| และองค์ประกอบแล้วบัดนี้ เพื่อทรงแสดงองค์แห่ง ปหานะ จึงตรัสว่า |
| วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ - กำจัดอภิชฌาและโทมนัสเสีย. |
| ในบทเหล่านั้นบทว่า วิเนยฺย- กำจัดเสีย ได้แก่ กำจัดด้วย |
| ตทังควินัย - กำจัดชั่วคราวหรือวิกขัมภนวินัย - กำจัดด้วยการข่มไว้. |
| บทว่า โลเก ความว่า กายใดกำหนดไว้ในคราวก่อน กาย |
| นั้นนั่นแล ชื่อว่า โลก ในที่นี้ ด้วยอรรถว่าแตกและสะลายไป ละ |
| อภิชฌาและโทมนัสในโลกนั้นเสีย. |
| อนึ่ง เพราะภิกษุนั้นย่อมอภิชฌา และโทมนัสในส่วนเพียง |
| กายเท่านั้นก็หาไม่, ย่อมละแม้ในเวทนาเป็นต้นอีกด้วย, ฉะนั้นท่าน |
| จึงกล่าวไว้ในวิภังค์ว่า ปญฺจปิ อุปาทานกฺขนฺธา โลโก๑ - แม้อุปา- |
| ทานขันธ์ ๕ ก็เป็นโลก. พึงทราบว่า ท่านกล่าวบทนี้ด้วยการถอดความ |
| ซึ่งธรรมเหล่านั้น เพราะธรรมเหล่านั้นนับเข้าในโลก. |
| พระสารีบุตรกล่าวว่า ในบทว่า โลเก นั้น โลกเป็นไฉน ? |
| กายนั้นนั่นแลเป็นโลก. นี้เป็นคำอธิบายในบทนี้. ท่านกล่าวย่อไว้ว่า |
| อภิชฺฌาโทมนสฺสํ ดังนี้. ก็ในระหว่างปาฐะในสังยุตตนิกายและอัง- |
| คุตตรนิกาย อาจารย์ทั้งหลายกล่าวไว้ต่างหากกัน. ชื่อว่า อภิชฺฌา |
| เพราะอรรถว่าเป็นเหตุเพ่ง คือ ปรารถนาหรือเพ่งเอง หรือเพียงความ |
|