๕๑    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๕๒
                   หากว่าพระโยคีบุคคลมีจิตตั้งมั่นย่อมเห็น
            แจ้งได้โดยประการใดไซร้,          และหากพระโยคี
            บุคคลเมื่อเห็นแจ้งอยู่        ย่อมมีจิตตั้งมั่นได้โดย
            ประการนั้น,   ในกาลนั้น   วิปัสสนา   และสมถะ
            เป็นธรรมมีส่วนเสมอกัน  เป็นธรรมคู่กันเป็นไป.
            เพราะฉะนั้น    พึงทราบว่า   ท่านกล่าวว่า    ปจฺจยปริคฺคเห
ปญฺา    ธมฺมฏฺ€ิติาณํ      แปลว่า     ปัญญาในการกำหนดปัจจัย
เป็นธัมมัฏฐิติญาณดังนี้ไว้   ก็เพื่อจะให้รู้ว่า    ตราบใดที่อริยมรรคยังไม่
ละสมาธิทำสมาธิกับปัญญาให้เป็นธรรมคู่กัน,   พระโยคีบุคคลก็จำต้อง
ขวนขวายอยู่ตราบนั้น.
๕. อรรถกถาสัมมสนญาณุทเทส
ว่าด้วย   สัมมสนญาณ
            ชื่อว่า  อดีต   เพราะอรรถว่า  ถึงแล้ว  ถึงยิ่งแล้ว  ก้าวล่วงแล้ว
ซึ่งสภาวะของตนหรือ    ขณะมีอุปปาทขณะเป็นต้น,   ชื่อว่า    อนาคต
เพราะอรรถว่า   ไม่ถึงแล้ว   ไม่ถึงพร้อมแล้ว    แม้ซึ่งสภาวะของตนและ
ขณะมีอุปาทขณะเป็นต้นทั้ง  ๒ นั้น, ชื่อว่า   ปัจจุบัน   เพราะอรรถว่า
บรรลุแล้ว   ถึงแล้ว    เป็นไปแล้วเพราะอาศัยเหตุนั้น  ๆ    จนล่วงขณะมี
อุปาทขณะเป็นต้น   ในคำนี้ว่า   อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนานํ  ธมฺมานํ
สงฺขิปิตฺวา  ววตฺถาเน   ปญฺา.  ในกาล  ในขณะสืบต่อและในปัจจุบัน
ในที่นี้ประสงค์เอาปัจจุบันสันตติ     คือปัจจุบันที่กำลังสืบต่อ.   ปัญญา
ในการรวบรวมเอาธรรม    คือขันธ์   ๕   ทั้งที่เป็นอดีตอนาคตปัจจุบัน
เหล่านั้นเข้าไว้ในขันธ์หนึ่ง ๆ    แล้วทำให้เป็นกองด้วยสามารถกลาปะ
คือหมวดหมู่แล้ว  กำหนด  วินิจฉัย  ตัดสินได้.
            ญาณคือปัญญาในการถูกต้อง  เลือกเฟ้น  เพ่งพินิจด้วยดี    อธิบาย
ว่า  ญาณในการพิจารณาในเบญจขันธ์โดยความเป็นหมวดหมู่  (กลาปะ)
ชื่อว่า   สมฺมสเน   าณํ   แปลว่า   ญาณในการพิจารณาเบญจขันธ์.
            จริงอยู่    กลาปสัมมสนญาณนี้    ย่อมเกิดแก่พระโยคีบุคคลผู้ได้
ธัมมัฏฐิติญาณเป็นเครื่องกำหนดปัจจัยของนามรูป   ในลำดับแห่งนาม-
รูปววัตถานญาณ    ยกแต่ละขันธ์  ๆ    ที่กำหนดไว้แล้วในก่อนขึ้นสู่พระ-
ไตรลักษณ์แล้วเห็นแจ้งอยู่    โดยความเป็น   อนิจจัง     ทุกขัง    อนัตตา
ด้วยสามารถแห่งการพิจารณาตามที่กล่าวแล้ว         โดยนัยแห่งพระบาลี
เป็นต้นว่า
            พระโยคีบุคคลกำหนดรูปอย่างใดอย่างหนึ่ง          ทั้งที่เป็นอดีต
อนาคตและปัจจุบัน    เป็นภายในก็ตาม    ภายนอกก็ตาม    หยาบก็ตาม
ละเอียดก็ตาม   เลวก็ตาม   ประณีตก็ตาม  มีในที่ไกลก็ตาม  ในที่ใกล้