| บรรลุแล้ว ถึงแล้ว เป็นไปแล้วเพราะอาศัยเหตุนั้น ๆ จนล่วงขณะมี |
| อุปาทขณะเป็นต้น ในคำนี้ว่า อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนานํ ธมฺมานํ |
| สงฺขิปิตฺวา ววตฺถาเน ปญฺา. ในกาล ในขณะสืบต่อและในปัจจุบัน |
| ในที่นี้ประสงค์เอาปัจจุบันสันตติ คือปัจจุบันที่กำลังสืบต่อ. ปัญญา |
| ในการรวบรวมเอาธรรม คือขันธ์ ๕ ทั้งที่เป็นอดีตอนาคตปัจจุบัน |
| เหล่านั้นเข้าไว้ในขันธ์หนึ่ง ๆ แล้วทำให้เป็นกองด้วยสามารถกลาปะ |
| คือหมวดหมู่แล้ว กำหนด วินิจฉัย ตัดสินได้. |
| ญาณคือปัญญาในการถูกต้อง เลือกเฟ้น เพ่งพินิจด้วยดี อธิบาย |
| ว่า ญาณในการพิจารณาในเบญจขันธ์โดยความเป็นหมวดหมู่ (กลาปะ) |
| ชื่อว่า สมฺมสเน าณํ แปลว่า ญาณในการพิจารณาเบญจขันธ์. |
| จริงอยู่ กลาปสัมมสนญาณนี้ ย่อมเกิดแก่พระโยคีบุคคลผู้ได้ |
| ธัมมัฏฐิติญาณเป็นเครื่องกำหนดปัจจัยของนามรูป ในลำดับแห่งนาม- |
| รูปววัตถานญาณ ยกแต่ละขันธ์ ๆ ที่กำหนดไว้แล้วในก่อนขึ้นสู่พระ- |
| ไตรลักษณ์แล้วเห็นแจ้งอยู่ โดยความเป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา |
| ด้วยสามารถแห่งการพิจารณาตามที่กล่าวแล้ว โดยนัยแห่งพระบาลี |
| เป็นต้นว่า |
| พระโยคีบุคคลกำหนดรูปอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต |
| อนาคตและปัจจุบัน เป็นภายในก็ตาม ภายนอกก็ตาม หยาบก็ตาม |
| ละเอียดก็ตาม เลวก็ตาม ประณีตก็ตาม มีในที่ไกลก็ตาม ในที่ใกล้ |