| นัส, โทมนัสเป็นปัจจัยแห่งโทสะ. อนึ่ง ราคะโทสะพร้อมด้วยเหตุถูก |
| ทำลายเสียแล้วด้วยการทำลายสุขเวทนาเป็นต้น เพราะเหตุนั้น เวทนา |
| เหล่านั้นจึงอยู่ในที่ไกลนัก. |
| |
| บทว่า อทุกขมสุขํ ชื่อว่า อทุกฺขํ เพราะไม่มีทุกข์. ชื่อว่า |
| อสุขํ เพราะไม่มีสุข. ด้วยบทนี้ท่านแสดงเวทนาที่ ๓ อันเป็นปฏิปักษ์ |
| ต่อทุกข์และสุขไว้ในที่นี้. ไม่แสดงเพียงความไม่มีทุกข์และสุข. อทุกขม- |
| สุขเวทนา ชื่อว่าเวทนาที่ ๓, ท่านกล่าวว่าอุเบกขาบ้าง. อุเบกขาเวทนา |
| นั้นมีลักษณะเสวยอารมณ์ตรงกันข้ามกับอิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์. |
| |
| บทว่า อุเปกฺขาสติปาริสุทธึ คือ ความบริสุทธิ์ของสติเกิดด้วย |
| อุเบกขา. เพราะสติบริสุทธิ์ด้วยมีในฌานนี้, ความบริสุทธิ์แห่งสตินั้น |
| บำเพ็ญด้วยอุเบกขา, มิใช่ด้วยอย่างอื่น. เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าว |
| บทนี้ว่า อุเปกฺขาสติปาริสุทฺธึ. พึงทราบว่า ความบริสุทธิ์แห่งสติ |
| ด้วยอุเบกขาในที่นี้โดยอรรถ ได้แก่ ตัตรมัชฌัตตตา. อนึ่ง ในที่นี้ |
| มิใช่สติบริสุทธิ์ด้วยอุเบกขาอย่างเดียวเท่านั้น, สัมปยุตธรรมแม้ทั้งหมด |
| ก็บริสุทธิ์ด้วย แต่ท่านกล่าวเทศนาด้วยหัวข้อของสติ. |
| |
| ในเวทนาเหล่านั้น อุเบกขาเวทนานี้มีอยู่ในฌาน ๓ เบื้องต่ำก็ |
| จริง ก็ดวงจันทร์คือตัตรมัชฌัตตุเบกขาแม้นี้ ครอบงำด้วยเดชแห่งธรรม |
| อันเป็นข้าศึกมีวิตกเป็นต้น ไม่ได้ราตรี คือ อุเบกขาเวทนาอันเป็นสภาค |