| ชื่อว่า ปุถุชน ด้วยเหตุมีกิเลสหนาเกิดขึ้น |
| เป็นต้น, เพราะกิเลสหนาหยั่งลงภายในของปุถุชน |
| ฉะนั้น ชนนี้จึงเป็นผู้มีกิเลสหนา. |
| แม้ในการก้าวลงสู่ฌานอันเป็นลักษณะของปุถุชนดังกล่าวแล้ว ท่านก็ |
| กล่าวว่า |
| ทุเว ปุถุชฺชน วุตฺตา พทฺเธนฺทิจฺจพนฺธุนา |
| อนฺโธ ปุถุชฺชโน เอโก กลฺยาเณโก ปุถุชฺชโน. |
| พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์พระอาทิตย์ |
| ตรัสถึงปุถุชนไว้ ๒ ประเภท คือ อันธปุถุชน - ปุถุ- |
| ชนคนโง่เขลา และกัลยาณปุถุชน - ปุถุชนคนดี. |
| ในปุถุชนสองประเภทดังกล่าวแล้ว ท่านอธิบายไว้ว่า ศีลของ |
| กัลยาณปุถุชน ผู้เป็นปุถุขนมีกัลยาณธรรมตั้งอยู่ในความเป็นกัลยาณ |
| ปุถุชน ล่วงเลยความเป็นอันธปุถุชนด้วยการประพฤติกัลยาณรรรม |
| อีกอย่างหนึ่ง ผู้มีกัลยาณธรรมในหมู่ปุถุชน ชื่อว่า ปุถุชฺชนกลฺยาณ |
| กานํ. |
| กุสล ศัพท์ในบทนี้ว่า กุสลธมฺเม ยุตฺตานํ ย่อมปรากฏใน |
| ความไม่มีโรค ความไม่มีโทษ ความฉลาด และผลของความสุข. กุสล |
| ศัพท์ ปรากฏในความไม่มีโรค ในบทมีอาทิว่า กจฺจิ นุ โภโคภุสลํ, |