๕๘    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๕๙
ย่อมปรากฏเป็นภัยใหญ่แก่บุรุษผู้กลัวภัยใคร่มีชีวิตอยู่เป็นสุข,  ภยตู-
ปัฏฐานญาณ   ย่อมเกิดขึ้นได้ในฐานะนี้   แก่พระโยคีบุคคลผู้เห็นอยู่ว่า
สังขารทั้งหลายในอดีตก็ดับไปแล้ว,   ในปัจจุบันก็กำลังดับ,  ถึงแม้ใน
อนาคตก็จักดับไปอย่างนี้เหมือนกัน
            ในภพ,  กำเนิด,   คติ,   ฐิติ,    และสัตตาวาสทั่วทุกแห่งหน   ที่
ต้านทาน   ที่ซ่อนเร้น   ที่ไป  ที่พึ่ง  ย่อมไม่ปรากฏเลยแก่พระโยคีบุคคล
ผู้เสพอยู่เจริญอยู่กระทำให้มากอยู่    ซึ่งภยตูปัฏฐานญาณนั้น,     ความ
ปรารถนาก็ดี    ความถือมั่นก็ดี   ย่อมไม่มีในสังขารทั้งหลายอันมีใน   ภพ,
กำเนิด,   คติ,  ฐิติ,   นิวาสะ    แม้สักสังขารเดียว,    ภพทั้ง ๓   ปรากฏ
ดุจหลุมถ่านเพลิงที่เต็มด้วยถ่านเพลิงไม่มีเปลว,    มหาภูตรูป  ๔  ปรากฏ
ดุจอสรพิษที่มีพิษร้าย,  ขันธ์  ๕    ปรากฏดุจเพชฌฆาตที่กำลังเงื้อดาบ,
อัชฌัตติกายตนะ  ๖  ปรากฏดุจเรือนว่างเปล่า,   พาหิรายตนะ  ๖  ปรากฏ
ดุจโจรปล้นชาวบ้าน,   วิญญาณฐิติ   ๗   และสัตตาวาส  ๙   ปรากฏดุจถูก
ไฟ  ๑๑  กองลุกเผาอยู่โชติช่วง,    สังขารทั้งหลายทั้งปวงปรากฏแก่ผู้นั้น
เหมือนเป็นฝี,    เป็นโรค,   เป็นลูกศร,   เป็นไข้,  เป็นอาพาธ,   ปราศจาก
ความแช่มชื่น,  หมดรส,   เป็นกองแห่งโทษใหญ่    เป็นเหมือนป่าชัฏที่มี
สัตว์ร้าย      แม้จะตั้งขึ้นโดยอาการที่น่ารื่นรมย์แก่บุรุษผู้กลัวภัยใคร่จะมี
ชีวิตอยู่เป็นสุข    เป็นเหมือนถ้ำที่มีภูเขาไฟพ่นอยู่,  เป็นเหมือนสระน้ำ
ที่มีรากษสสิงสถิตอยู่       เป็นเหมือนข้าศึกที่กำลังเงื้อดาบขึ้น.  เป็น
เหมือนโภชนะที่เจือด้วยยาพิษ,     เป็นเหมือนหนทางที่เต็มไปด้วยโจร,
เป็นเหมือนเรือนที่ไฟติดทั่วแล้ว,     เป็นเหมือนสนามรบที่เหล่าทหาร
กำลังต่อยุทธกัน.
            เหมือนอย่างว่า    บุรุษนั้น     อาศัยภัยมีป่าชัฏที่เต็มไปด้วยสัตว์
ร้ายเป็นต้นเหล่านี้   กลัวแล้ว    ตกใจแล้ว   ขนลุกชูชัน   ย่อมเห็นโทษ
อย่างเดียวรอบด้าน      ฉันใด,     พระโยคาวจรนั้นก็ฉันนั้นเหมือนกัน
ครั้นเมื่อสังขารทั้งปวงปรากฏแล้วโดยความเป็นภัยด้วยอำนาจภังคานุ-
ปัสสนา    ก็ย่อมเห็นแต่โทษอย่างเดียวปราศจากรสหมดความแช่มชื่น
อยู่รอบด้าน.  อาทีนวานุปัสสนาญาณ  ย่อมเกิดขึ้นแก่พระโยคีบุคคลนั้น
ผู้เห็นอยู่อย่างนี้.
            พระโยคีบุคคลนั้น       เมื่อเห็นสังขารทั้งปวงโดยความเป็นโทษ
อย่างนี้   ย่อมเบื่อหน่าย   กระวนกระวาย   ไม่ยินดี  ในสังขารทั้งหลาย
อันมีประเภทในภพ,  กำเนิด,   คติ,  วิญญาณฐิติ,   และสัตตาวาสทั้งปวง.
เหมือนอย่างว่าพญาหงส์ทองผู้ยินดีเฉพาะเชิงเขาจิตรกูฏ     ย่อมไม่ยินดี
บ่อน้ำแถบประตูบ้านคนจัณฑาลซึ่งไม่สะอาด,  ย่อมยินดีเฉพาะสระใหญ่
ทั้ง  ๗ เท่านั้น    ฉันใด,   พญาหงส์คือพระโยคีนี้     ย่อมไม่ยินดีสังขาร
อันมีประเภทต่าง ๆ     ล้วนแล้วด้วยโทษอันตนเห็นแจ่มแจ้งแล้ว,   แต่
ย่อมยินดียิ่งในอนุปัสสนา  ๗  เท่านั้น   เพราะยินดีในภาวนา   คือเพราะ
ประกอบด้วยความยินดีในภาวนาก็ฉันนั้นเหมือนกัน.   แสะเหมือนสีหะ