๖๐    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๖๑
มิคราชา     ถูกจับขังไว้     แม้ในกรงทองก็ไม่ยินดี,   แต่ย่อมยินดีใน
หิมวันตประเทศอันกว้างใหญ่ถึง  ๓,๐๐๐  โยชน์   ฉันใด,  สีหะคือพระ-
โยคีบุคคลแม้นี้     ย่อมไม่ยินดีแม้ในสุคติภพทั้ง  ๓    แต่ย่อมยินดีในอนุ-
ปัสสนา ๓ เท่านั้น
            อนึ่ง   เหมือนพญาช้างฉัททันต์  เผือกผ่องทั้งตัวมีที่ตั้งดี  ๗  สถาน
มีฤทธิ    เหาะไปในเวหาส    ย่อมไม่ยินดีในใจกลางพระนคร,    แต่ย่อม
ยินดีในสระใหญ่ชื่อฉัททันต์เท่านั้น    ฉันใด,   พระโยคีบุคคลเพียงดัง
ช้างตัวประเสริฐนี้    ย่อมไม่ยินดีในสังขารธรรมแม้ทั้งปวง,   แต่ย่อมยินดี
ในสันติบทคือพระนิพพานเท่านั้น    อันเท่าแสดงแล้วโดยนัยเป็นต้นว่า
การไม่เกิดขึ้น    เป็นการปลอดภัย,    มีใจน้อยไปโน้มไปเงื้อมไปใน
สันติบทคือพระนิพพานนั้น.   นิพพิทานุปัสสนาญาณย่อมเป็นอันเกิดขึ้น
แล้วแก่พระโยคีนั้น   ด้วยเหตุเพียงเท่านี้    ด้วยประการฉะนี้.
๙. อรรถกถาสังขารุเปกขาญาณุทเทส
ว่าด้วย  สังขารุเปกขาณาณ
            คำว่า  มุญฺจิตุกมฺยตาปฏิสงฺขาสนฺติฏฺ€นา  ปญฺา  สงฺขารุ-
เปกฺขาสุ  าณํ  ความว่า  พระโยคีบุคคลใด  มีความประสงค์คือ
๑. ขุ.ป. ๓๑/๑๑๕.
ปรารถนาเพื่อจะพ้นเพื่อจะสละ    ฉะนั้น  พระโยคีบุคคลนั้น   จึงชื่อว่า
มุญฺจิตุกมฺโย  แปลว่า   ผู้ใคร่จะพ้น,  ความเป็นผู้ใคร่จะพ้น    ชื่อว่า
มุญฺจิตุกมฺยตา,
            ปัญญาใด   ย่อมพิจารณา   ย่อมใคร่ครวญ   ฉะนั้น   ปัญญานั้น
จึงชื่อว่า  ปฏิสงฺขา,  อีกอย่างหนึ่ง   การไตร่ตรอง   ชื่อว่า    ปฏิสงฺขา,
            ปัญญาใด   ย่อมตกลง    ย่อมวางเฉยเสียได้   ฉะนั้น   ปัญญานั้น
ชื่อว่า    สนฺติฏฺ€นา    แปลว่า    วางเฉย,  อีกอย่างหนึ่ง ๆ    การวางเฉย
ชื่อว่า  สนฺติฏฺ€นา,
            ปัญญาชื่อว่า   มุญฺจิตุกมฺยตานั้นด้วย   ปฏิสงฺขาด้วย  สนฺติฏฺ-
€นาด้วย    ฉะนั้น    จึงชื่อว่า      มุญิจิตุกมฺยตาปฏิสงฺขาสนฺติฏฺ€นา
แปลว่า   ความใคร่จะพ้น,  การพิจารณา,   และการวางเฉย.
            ความเป็นผู้ใคร่จะสลัดเสียซึ่งความเกิดเป็นต้น    ของพระโยคี
บุคคลผู้เบื่อหน่ายด้วยนิพพิทาญาณ  ในเบื้องต้น   ชื่อมุญจิตุกัมยตา,
            การใคร่ครวญสังขารทั้งหลายที่พิจารณาแล้ว    เพื่อทำอุบายแห่ง
การละในท่ามกลาง   ชื่อปฏิสังขา,
            การปล่อยวาง       แล้ววางเฉยได้ในที่สุด      ชื่อสันติฏฐนา.
            ปัญญา ๓  ประการโดยประเภทแห่งการกำหนดอย่างนี้    ชื่อว่า
ความรู้ในการพิจารณาสังขารทั้งหลาย.      ก็พระโยคีบุคคลผู้ปรารถนา