| ในข้ออุปมานั้น อนุโลมญาณ เปรียบเหมือนพระราชา, |
| วิปัสสนาญาณ ๘ เปรียบเหมือนมหาอำมาตย์ผู้ฉลาดในโวหาร, โพธิ- |
| ปักขิยธรรม ๓๗ เปรียบเหมือนโบราณราชธรรม, พระราชาทรงอนุ- |
| โมทนาว่า เป็นอย่างนั้นเถิด ชื่อว่า ย่อมอนุโลมตามข้อวินิจฉัยของ |
| เหล่าอำมาตย์ผู้ฉลาดในโวหารด้วยตามราชธรรมด้วยฉันใด, อนุโลม- |
| ญาณนี้ก็ฉันเป็น ย่อมอนุโลมตามวิปัสสนาญาณ ๘ ที่เกิดขึ้นปรารภ |
| สังขารทั้งหลายด้วยสามารถแห่งพระไตรลักษณ์ มีอนิจลักษณะเป็นต้น |
| เพราะเป็นกิจแห่งสัจจะ และอนุโลมตามโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ |
| อันเป็นธรรมที่จะพึงบรรลุในเบื้องหน้า. เพราะฉะนั้นญาณนี้ท่านจึง |
| เรียกว่า อนุโลมญาณ ฉะนี้แล. |
| |
| ๑๐. อรรถกถาโคตรภูญาณุทเทส |
| ว่าด้วย โคตรภูญาณ |
| ในคำว่า พหิทฺธา วุฏฺานวิวฏฺฏเน ปญฺา โคตฺรภูาณํ |
| แปลว่า ปัญญาในการออกและหลีกไปจากสังขารนิมิตภายนอกเป็น |
| โคตรภูญาณ นี้มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ |
| บทว่า พหิทฺธา ได้แก่สังขารนิมิต. เพราะว่า สังขารนิมิตนั้น |
| ท่านกล่าวว่า พหิทฺธา - ภายนอก เพราะอาศัยอกุศลขันธ์ในจิตสันดาน |