๗๑    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๗๒
                   มรรคญาณแม้ทั้ง  ๔ ออกจากนิมิต   เพราะ
            มีพระนิพพานอันไม่มีนิมิตเป็นอารมณ์,    และย่อม
            ออกจากปวัตตขันธ์   เพราะตัดสมุทัยได้ขาด ฉะนั้น
            จึงชื่อว่า   ทุภโตวุฏฐานะ  คือออกโดยส่วนทั้งสอง
            ดังนี้.
            ธรรมชาติใดย่อมขวนขวาย    ย่อมเพ่งเล็งพระนิพพาน,    หรือ
พระโยคีบุคคลผู้ต้องการพระนิพพาน  ย่อมขวนขวาย  คือย่อมแสวงหา,
หรือว่าธรรมชาติใดยังกิเลสทั้งหลายให้ตายไป      เป็นไปอยู่     ฉะนั้น
ธรรมชาตินั้น  ชื่อว่า  มรรค,   ญาณในมรรคนั้น  ชื่อว่า  มคฺเค   าณํ-
มรรคญาณ.
            มรรคญาณท่านทำเป็นเอกวจนะโดยชาติศัพท์.  ก็มรรคญาณนั้น
เกิดขึ้น   ทำพระนิพพานให้เป็นอารมณ์ต่อจากโคตรภูญาณ,   ตัดกิเลส
อันจะพึงฆ่าได้เองโดยไม่มีส่วนเหลือ,     เผาผลาญห้วงสมุทรคือทุกข์ใน
สังสารวัฏอันมีเบื้องต้นและที่สุดอันบุคคลไปตามอยู่รู้ไม่ได้แล้วให้เหือด-
แห้งไป,   ปิดประตูอบายทั้งปวงเสีย,   การทำอริยทรัพย์  ๗  ให้ปรากฏอยู่
ต่อหน้า,   ละมิจฉามรรคประกอบด้วยองค์  ๘,  ทำเวรภัยทั้งปวงให้สงบ,
นำตนเข้าสู่ความเป็นบุตรผู้เกิดแต่พระอุระ     แห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
และได้อานิสงส์อื่น ๆ  อีกหลายร้อยเท่า  เหมือนคำที่กล่าวว่า
๑. ปัญญานิทเทส แห่งวิสุทธิมรรค.
                   บุรุษปรารถนาจะโดดข้ามแม้น้ำน้อยขึ้นไป
            ยืนอยู่บนฝั่งโน้น  จึงจับเชือกหรือท่อนไม้   ที่ติดอยู่
            กับต้นไม้บนฝั่งนี้   แล้วโดดข้ามไปโดยเร็ว   จนตัว
            ไปตกอยู่บนฝั่งโน้น   เมื่อตัวตกที่ฝั่งโน้นแล้วก็ละ
            ความหวาดหวั่นนั้น   ขึ้นอยู่บนฝั่งได้ฉันใด,  พระ-
            โยคีบุคคลผู้ปรารถนาจะข้ามพ้นกิเลสทั้งหลายเห็น
            ภัยฝั่งนี้ล้วนแล้วด้วยสักกายทิฏฐิ   แล้วยืนอยู่ที่ฝั่ง
            คือพระนิพพานอันไม่มีภัย   จึงจับเชือกคือรูปขันธ์
            เป็นที่ยึดโดดมาโดยเร็วด้วยอุทยัพพยานุปัสสนา
            เป็นเบื้องแรก    หรือจับไม้กล่าวคือนามขันธ์นั้นไว้
            ด้วยดี     กระโดดมาด้วยอาวัชชนจิตโดยนัยตามที่
            กล่าวแล้วในก่อน  โดดขึ้นด้วยอนุโลมญาณ  แล้ว
            โน้มไปในพระนิพพาน     เข้าไปสู่ที่ใกล้แห่งพระ-
            นิพพานนั้น  ก็ปล่อยอารมณ์คือสังขารธรรมนั้นเสีย
            ได้ด้วยโคตรภูญาณ  แล้วตกลงที่ฝั่งอื่นคือพระนิพ-
            พานอันเป็นอสังขตธรรม  แต่นั้นก็ตั้งอยู่ด้วยมรรค-
            ญาณ  ฉันนั้น.